
‘ดีอีเอส’ ปั้น ‘ท่าเรืออัจฉริยะ’ ระบุตัวตนหนุนท่องเที่ยวภูเก็ต
ดีอีเอส ชี้ไทยพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว เร่งปั้นท่าเรืออัจฉริยะหนุนท่องเที่ยวภูเก็ต ชูระบบยืนยันตัวตนก่อนลงเรือ นำร่องเฟสแรกท่าเทียบเรืออ่าวปอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ดีอีเอส’ จับมือ ปณท ดันสินค้าชุมชนปลุกเศรษฐกิจ 3 จ.อันดามัน
: “พุทธิพงษ์” ติดตามงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมภาคใต้ พบต้องคัดกรองกว่า 25 ล้านข้อความ
ทั้งนี้ระบบของท่าเรืออัจฉริยะ ประกอบด้วย 1. การลงทะเบียนผู้โดยสารทางทะเล โดยให้ผู้ประกอบการทัวร์ หรือเจ้าของเรือ ลงทะเบียนรายชื่อผู้โดยสาร ลูกเรือ พร้อมเส้นทางการเดินทางของเรือก่อนเรือออกในแต่ละวัน 2. ระบบจัดการผู้โดยสารท่าเรืออัจฉริยะ คือ ประตูอัตโนมัติ จุดขึ้นลงเรือ พร้อม CCTV จับใบหน้าและวัดอุณหภูมิ และตู้พร้อมอุปกรณ์ (Kiosk) ลงทะเบียนผู้โดยสารหน้าท่าเรือ พร้อมกล้องจับใบหน้า เครื่องอ่านบัตรประชาชน และพาสปอร์ต 3. ระบบ Wristbands ติดตามตัวบุคคลและร้องขอความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย และ 4. เรือท่องเที่ยวที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อเป็นต้นแบบท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) เป็นจุด One Stop Service บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อการพัฒนา การบริหารงานท่าเทียบเรือในอนาคต โดยเฟสแรกนั้นนำร่องที่ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และได้มีการ MOU เพื่อนำระบบไปใช้แล้วในเฟสต่อไป ได้แก่ ท่าเทียบเรือโบ๊ท ลากูน, ท่าเทียบเรือรอยัลภูเก็ต, ท่าเทียบเรือเอเชีย มารีน่า, และท่าเทียบเรือ ราไวย์
“โครงการดังกล่าวนั้นใช้งบประมาณไม่มาก เนื่องจากภาคเอกชนมีความพร้อมในการลงทุน ซึ่งได้มีการของบประมาณไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยจากนี้ได้ให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้ดูแลโครงการ ตรวจสอบการใช้งานและควบคุมระบบดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าจะจัดทำริสต์แบนด์ประมาณ 10,000 ชิ้น ส่วนในเรื่องของซอฟต์ แวร์ที่เป็นระบบไทยแลนด์พลัสนั้น ดำเนินการแล้วเสร็จโดยตั้งงบไว้ 40 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.)”
: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,624 หน้า 16 วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2563






