thansettakij
thansettakij
"ดีอี"แจงข้อมูลหลุด “ไม่ได้โดนแฮก” แต่ถูกซื้อรหัสหลุดจาก Dark Web มาสวมสิทธิ์

"ดีอี"แจงข้อมูลหลุด “ไม่ได้โดนแฮก” แต่ถูกซื้อรหัสหลุดจาก Dark Web มาสวมสิทธิ์

ไชยชนก ชิดชอบ เคลียร์ชัด ข้อมูลหลุดเกิดจาก Credential Leaks ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ Cyber Security จ่อชง ครม. ดันมาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) และบังคับใช้ PDPA เข้มข้น

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอีชี้แจงว่าข้อมูลหลุดไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกระบบ แต่เป็นการซื้อรหัสผ่านที่รั่วไหลจาก Dark Web มาสวมรอย
  • ผู้ก่อเหตุใช้ข้อมูลล็อกอินที่ซื้อมา เข้าระบบผ่านช่องทางปกติเพื่อดึงข้อมูลออกไป ไม่ใช่การเจาะระบบความปลอดภัย
  • มาตรการแก้ไขเร่งด่วนคือการผลักดันให้ประชาชนและหน่วยงานรัฐเปลี่ยนรหัสผ่าน และลบบัญชีผู้ใช้เก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
  • ตำรวจไซเบอร์แกะรอยจนพบ IP Address และยึดเซิร์ฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข้อกังวลเรื่องข้อมูลประชาชนรั่วไหล โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็น "วาระแห่งชาติ" ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก 

กระทรวงดีอี กำลังเร่งเตรียมนำระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) เข้ามาบังคับใช้ให้เร็วที่สุด รวมถึงการประสานงานระหว่าง สกมช. และ PDPC เพื่อบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างจริงจัง หากหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในระยะเวลาที่เหมาะสม

นายไชยชนก ได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงของกรณีข้อมูลหลุดล่าสุดว่า ไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกระบบ Cyber Security แต่เป็นเรื่องของ Credential Leaks (รหัสผ่านหลุด)

กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการแฮกระบบ แต่กลุ่มผู้กระทำผิดไปซื้อล็อกอิน (Login) มาจากพื้นที่ Dark Web ที่มีการขายรหัสผ่านที่หลุดสะสมทั่วโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยมีข้อมูลล็อกอินหลุดสะสมย้อนหลังใน Dark Web ปริมาณเยอะมากจนมากกว่าจำนวนประชากร 

“เฉพาะช่วงปีล่าสุดมีเพิ่มขึ้นมาอีกราว 60 ล้าน User พอผู้ก่อเหตุได้รหัสผ่านไป ก็สามารถกดล็อกอินเข้าผ่าน API ที่ระบบเชื่อมต่อไว้ได้ตามปกติ แล้วดึงข้อมูลออกมา มันจึงไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปปรับเปลี่ยนระบบ Cyber Security เพราะระบบไม่ได้โดนเจาะ"

นายไชยชนก ชิดชอบ

 

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหา ระยะยาวกำลังมีการปรับโครงสร้างทำงาน แต่ในระยะสั้น นายไชยชนกกล่าวว่า เตรียมนำเสนอข้อมูลตัวเลขความเสี่ยงนี้ต่อที่ประชุม ครม. พร้อมผลักดันมาตรการที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทำได้ทันทีคือการเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password Reset)

"สิ่งที่ทุกคนทำได้เองและถือเป็นการรีเซตระบบทันทีคือการเปลี่ยน Password ทั้งล็อกอินอีเมล และระบบต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานรัฐต้องไปไล่ลบ User เก่าๆ ที่ไม่มีคนใช้งานแล้ว เช่น ข้าราชการที่ลาออกไปแล้ว เพื่อเคลียร์ช่องโหว่ตรงนี้"

ทั้งนี้ ความคืบหน้าด้านการดำเนินคดี ทีมงานและตำรวจไซเบอร์ได้แกะรอยจนเห็นเส้นทางชัดเจน พบ IP Address และเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อแล้ว รวมทั้งขยายผลไปยึด Server ที่ผู้ก่อเหตุนำข้อมูลที่ดึงไปได้ เข้าไป Cross-check ตรวจสอบก่อนจะนำไปขายในตลาด 

”อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวบุคคลผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันทั้งกระทรวงดีอี และผมก็ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีอย่างเต็มที่“