
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงแข่งเดือด “The Goody” เปิดกลยุทธ์รุกตลาด Pet Humanization
SWC จับมือเซ็นทรัลส่ง ‘The Goody’ เจาะ Pet Humanization หลังค่าใช้จ่ายสัตว์เลี้ยง “สนัข-แมว“ พุ่ง 5 หมื่น/ปี ชิงเค้กตลาดอาหารพรีเมียมแสนล้าน มั่นใจกวาดยอดขาย 1,700 ล้านบาท ภายใน 3
KEY
POINTS
- บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (SWC) ร่วมมือกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตัวแบรนด์ "The Goody" เพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมตามกระแส Pet Humanization ที่เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว
- ใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่ม "Pet Parent" โดยชูผลิตภัณฑ์อาหารและแชมพูคุณภาพสูง เปิดตัวที่ท็อปส์และ PET ’N ME เป็นแห่งแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง
- ตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทในปี 2569 และ 1,700 ล้านบาทใน 3 ปี พร้อมขยายไลน์สินค้าและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น จีน เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยสู่ระดับสากล
ตลาดสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในไม่กี่อุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแส Pet Humanization ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในกลุ่ม Premium Pet Food และ Premium Pet Grooming เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จึงมองเห็นโอกาสร่วมกัน เลือกเปิดตัว The Goody ที่ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ แห่งแรกของประเทศไทย รุกตลาด Pet Parent พร้อมพัฒนาเป็น Pet Friendly Destination สร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ก่อนขยายสู่สาขาอื่นทั่วประเทศ
นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เชอร์วู้ดฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง
จากจุดเริ่มต้นจากธุรกิจเคมีภัณฑ์โดย บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด พร้อมเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากประเทศอังกฤษ สู่การขยายธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือน การเกษตร ปศุสัตว์ อุตสาหกรรม และการดูแลสัตว์เลี้ยง หลากหลายแบรนด์
และเมื่อมองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จึงได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ ‘The Goody’ แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม เข้าสู่ช่องทางจำหน่าย TOPS และ PET ’N ME อย่างเป็นทางการ เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างการเติบโต ยกระดับตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย
ด้านนายชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้อำนวยการธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว จากการเลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้านมาเป็นการเลี้ยงในฐานะ “ลูก” หรือสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มตัว
สะท้อนได้จากตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อตัวที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิม 7,000 บาทต่อปี กลายเป็น 50,000 บาทต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 30,000 บาท หรือประมาณ 50–60% คือค่าอาหาร ส่งผลให้ภาพรวมตลาดมีมูลค่าสูงถึง 90,000–100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีมูลค่า 40,000–45,000 ล้านบาท และกลุ่มพรีเมียมที่ยังเติบโตในระดับ Double Digit หรือมากกว่า 10% ต่อปี
“ปี 2568–2569 คาดว่าตลาดรวมจะมีมูลค่ารวมประมาณ 90,000–100,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าราว 40,000–45,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมและอัลตราพรีเมียมที่เติบโตในระดับ Double Digit จากเทรนด์ Pet Humanization ซึ่งผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว และให้ความสำคัญกับโภชนาการและสุขภาพระยะยาวมากขึ้น”
Red Ocean ที่ยังมีช่อง เพราะการเติบโตต่อเนื่อง
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดในกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงแข่งขันสูง เป็น Red Ocean แต่ยังมี “ดีมานด์ที่รออยู่” สำหรับแบรนด์ที่เข้าใจผู้เลี้ยงจริง The Goody จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “From Pet Parent to Pet Parent” และ “Good Nutrition, Good Health, Good Life” เริ่มจาก 2 แกนหลัก คืออาหารและแชมพู รวม 86 SKU
โดยรายได้หลักมาจากอาหาร 90% และแชมพู 10% ราคาถูกวางไว้ในระดับ Premium เจาะกลุ่มผู้เลี้ยง “แมว” และสุนัข ซึ่งปัจจุบันคนเลี้ยงแมวกำลังแซงหน้าผู้เลี้ยงสุนัข สัญญาณสำคัญของตลาดคือโครงสร้างที่เปลี่ยนไป จาดลกเดิมสุนัข 60 : แมว 40 วันนี้กลายเป็น 50 : 50
ส่วนในพอร์ตของ The Goody ล่าสุดอยู่ที่ 65 : 35 (แมวมากกว่า) ด้วยเหตุผลที่ไม่ซับซ้อน แมวใช้เวลาน้อยกว่า ไม่ต้องพาออกกำลังกาย ไม่ต้องดูแลมาก เหมาะกับชีวิตคอนโดของคนเมือง
ตั้งเป้าปีแรก 100 ล้านบาท ภายใจ 3 ปี 1,700 ล้านบาท
ทั้งนี้ The Goody ถูกวางเป็น Strategic Growth Engineตั้งเป้ารายได้ผ่านทาง TOPS + PET’N ME 20 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก และในปี 2569 เป็นปีแรกที่จะดันรายได้ให้ถึง 100 ล้านบาท พร้อมมาร์เก็ตแชร์ 1%
ถัดมาในปี 2570 มีแผนขยายกลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารเปียก, Functional Food เช่น สูตร Hairball, Indoor, Omega 3, ทรายแมวจาก Cassava และ Bentonite ,เซรั่มและผลิตภัณฑ์ดูแลขน ก่อนขยับสู่เป้าหมายระยะยาว 15% มียอดขาย 1,700 ล้านบาทใน 3 ปี
นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มส่งออกสินค้า Grooming ไปจีนแล้ว โดยล็อตแรกและล็อตใหญ่ 2 ตู้ ภายในเดือนเดียวกัน ครอบคลุม 6 สูตร โดยมองว่าตลาดสัตว์เลี้ยงจีนมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท และมีสินค้า 4,000–5,000 รายการ ซึ่ง The Goody ก็เตรียมเปิดตัวที่ปักกิ่งเดือนเมษายนปี 2570 ควบคู่ไปกับกาวางรากฐานสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังวางแผนโรงงาน 3–3.5 ปี ใช้ OEM ไทยต่อยอด R&D โดยใช้จุดแข็งของไทยที่เป็นผู้ผลิตแบบ OEM ซึ่งเป็นฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนี ทั้งพัฒนา R&D ของตนเอง ใช้กลยุทธ์กระจายสินค้าในกรุงเทพฯ ก่อนขยายสู่หัวเมือง ด้วยงบการตลาดราว 15% ของรายได้ และตั้งเป้าเติบโตแบบ Full Speed 100%
“เป้าหมายเราไม่ใช่แค่เติบโตในไทย แต่ต้องเป็นแบรนด์ไทยที่แข่งขันในตลาดสากลได้ โดยโจทย์ของ The Goody ในสมรภูมิที่ยังเปิดกว้าง และขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจ Pet Parent อย่างแท้จริง แม้ช่วงวิกฤตยังตลาดเติบโตต่อเนื่อง จากความผูกพันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง“
นางสาวรัญชนา เทียมสุรวัช รองประธานบริหาร สายงานปฏิบัติการค้าปลีก - กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงและไลฟ์สไตล์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า จากพฤติกรรม ‘Pet Humanization’ ของ Pet Parent ยุคใหม่ที่ ทำให้ยอดขายกลุ่มสินค้าสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมที่ TOPS และ PET 'N ME ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง SWC ในการเปิดตัวแบรนด์ ‘The Goody’ เพื่อจำหน่ายที่ TOPS และ PET’N ME เป็นที่แรกในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์อินไซด์ของลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์โภชนาการ การดูแลระดับพรีเมียม จากผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และผ่านการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดในทุกช่วงวัย
นอกจากจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอีกหนึ่งทางเลือกของสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง ที่ได้คุณภาพมาตรฐานจากจุดจำหน่ายของ TOPS และ PET’N ME ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศรวมกว่า 155 สาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ TOPS และ PET’N ME ได้เติมเต็มพอร์ตสินค้ากลุ่ม Premium Pet Food และ Premium Pet Grooming ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ขับเคลื่อน Pet Ecosystem ของไทยให้เติบโตในอนาคต







