thansettakij
thansettakij
นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

05 ก.พ. 63 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 63 | 12:20 น.

 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เร่งเดินหน้าโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม หรือ Social Innovation Village เพื่อตอบโจทย์แนวคิดนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฐานราก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น เผยการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้ส่งต่อนวัตกรรมไปยังชุมชนในกลุ่มจังหวัดยากจนทั้งสิ้น 6 พื้นที่เป้าหมาย จำนวน 23 นวัตกรรม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนใน 6 ชุมชนได้กว่า 8,200 หลังคาเรือน เป็นเงินทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาโครงการกว่า 19 ล้านบาท เกิดมูลค่าโครงการมากกว่า 40 ล้านบาท และพื้นที่หนึ่งที่ได้รับการส่งเสริมนวัตกรรมจาก NIA เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาบริบททางพื้นที่มากที่สุดคือ ชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมี 6 นวัตกรรมที่ได้นำไปใช้จริงแล้วในชุมชน

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

1. โครงการ Organic Circle: นวัตกรรมการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ครบวงจร เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านกระบวนการ โดยใช้เทคโนโลยีหัวเชื้อจุลินทรีย์ในกระบวนการฟื้นฟูดินในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่นเพื่อการควบคุมโรคพืช (biological control) ออกแบบแอพพลิเคชันควบคุมการตรวจวัดอุณหภูมิดิน อากาศ และความชื้น และการเหนี่ยวนำไฟฟ้าในดิน พร้อม บรรจุภัณฑ์ที่ยืดอายุผัก รักษาความสดของผักตั้งแต่แปลงผลิตถึงมือผู้บริโภค และการเลี้ยงแกะอินทรีย์ เป็นการบูรณาการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาด้านการเกษตรและพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรแล้วยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในชุมชนต่อไป

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

2. โครงการระบบสูบนํ้าแบบขั้นบันไดพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านการบริหารจัดการ ระบบสูบ นํ้าแบบขั้นบันไดพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้สำหรับสูบนํ้าจากแหล่งนํ้าที่อยู่ตํ่ากว่าพื้นที่ตั้งของชุมชน ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นลักษณะขั้นบันไดเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อสูบนํ้าไปยังพื้นที่สูงและพื้นที่ห่างไกล เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และการเกษตร เพื่อทดแทนการใช้ระบบสูบนํ้าพลังงานไฟฟ้าหรือนํ้ามัน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนด้านพลังงานในการทำเกษตรกรรมลดลงและมีนํ้าใช้ในการทำการเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงได้

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

3. โครงการ ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบโดมร่วมกับการแผ่รังสีอินฟราเรดระยะไกลจากแผ่นเซรามิก เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านผลิตภัณฑ์ ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบโดมร่วมกับการแผ่รังสีอินฟราเรดระยะไกลจากแผ่นเซรามิก เป็นการนำเทคโนโลยีรังสีอินฟราเรดระยะไกล (Far Infrared Radiation : FIR) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบโดม สำหรับใช้ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีคุณสมบัติการให้ความร้อนที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วเนื่องจากพลังงานจะถ่ายเทไปยังวัสดุโดยการแผ่รังสีโดยตรง ช่วยประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารและอบแห้ง

 

4. โครงการ นวัตกรรมการบริหารจัดการขยะชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านกระบวนการและผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างจากเศษขยะพลาสติกชุมชนมาเป็นมวลรวมนํ้าหนักเบาในการผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีการพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ การปรับปรุงกระบวนการในการบดย่อยวัสดุให้ได้ขนาดที่พอเหมาะ ตลอดจนการกำหนดอัตราส่วนผสมที่ดีที่สุดในการผลิตเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์และผ่านมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกและสร้างรายได้ให้ชุมชนอีก ด้วย

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

5. โครงการ YAKSA: เครื่องอัดขยะในครัวเรือน เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านผลิตภัณฑ์ เครื่องอัดขยะขนาดเล็ก เพื่อความเหมาะสมในการใช้งานในครัวเรือน โดยสามารถอัดขยะมูลฝอย ได้แก่ ขวดพลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม และถุงพลาสติก ให้เป็นก้อนที่มีขนาด 30 x 30 x 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ บำรุงรักษาได้ง่าย และต้นทุนการผลิตตํ่า เหมาะสมสำหรับใช้งานในครัวเรือน รวมไปถึงมีกลไกสร้างแรงอัดจากระบบไฮดรอลิกที่ไม่จำเป็นต้องใช้แรงจากคนสูง

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’

6. โครงการ Neo Solar: ระบบบริหารจัดการนํ้าเพื่อการเกษตรบนพื้นที่สูงเป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านกระบวนการระบบการบริหารจัดการนํ้าเพื่อการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยใช้ระบบสูบนํ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมออกแบบ Inverter ชนิด Maximum Speed Point Tracking ทำให้สามารถสูบนํ้าในสภาพแสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้มอเตอร์กระแสสลับ (AC) แบบมี reliability สูง และ on-top inverter ช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง รวมไปถึงการนำระบบ IoT มาใช้ในระบบปั๊มนํ้าและการจัดส่งนํ้าไปยังพื้นที่การเกษตรต่างๆ ของชุมชน ควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน สามารถรายงานประสิทธิภาพในการใช้นํ้าต่อครัวเรือน/ชุมชน เพื่อการบริหารจัดการ นํ้าอย่างมีประสิทธิภาพสะดวกต่อการใช้งาน 

หน้า 25 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,545 วันที่ 2 - 5 กุมภาพันธ์ 2563

นวัตกรรมเพื่อชุมชน รับเทรนด์ ‘LOCAL ECONOMY’