
Telemedicine เทรนที่มาแรงในปี 2020
บทความพิเศษโดย
พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อดีตรองประธานบอร์ด กสทช.และในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย
Telemedicine เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก Telemedicine จะช่วยลดช่องว่างระหว่างผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านการแพทย์ลงได้
การศึกษาของ Tractica ได้คาดการณ์ว่าการให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอ จะเริ่มมีจำนวนมากกว่าการให้คำปรึกษาที่คลินิกภายในปี 2019 ในประเทศชั้นนำด้านโทรคมนาคม 5G โดยเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างเช่น Telemedicine จะมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกล ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข
การใช้เทคโนโลยี Telemedicine ถือเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ สามารถสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม และสามารถลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ทำให้ผู้ป่วยสามารถได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลใกล้บ้าน และในที่สุดจะสามารถได้รับการดูแลโดยตรงถึงบ้านผู้ป่วยได้เลย โดยแพทย์สามารถให้คำแนะนำผ่านวิดีโอแบบเรียลไทม์และแม้แต่การขอใบสั่งยาจากแพทย์และนำส่งยาถึงบ้านได้เลย
วารสารเรื่อง “Healthcare Trends for 2018” ของ the American Health and Drug Benefits ได้ระบุว่า Telemedicine เป็นหนึ่งในแนวโน้มที่สำคัญในปี 2018 จนถึงปี 2020 โดยสมาคมโรงพยาบาลชนบทแห่งชาติ (National Rural Hospital Association) ได้อธิบายว่าในปัจจุบันหนึ่งในสามของโรงพยาบาลในเขตชนบทมีความเสี่ยงทางด้านการเงิน และ 25% ของโรงพยาบาลในชนบททั้งหมด อาจจะต้องปิดตัวลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ แต่หากผู้ให้บริการในชนบทหันไปใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Telemedicine ก็อาจทำให้โรงพยาบาลเหล่านั้นสามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากเทคโนโลยีอย่างเช่น telehealth และ telemedicine หรือแม้แต่อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคหรือสมาร์ทโฟน จะสามารถเปิดใช้งานระบบการดูแลสุขภาพได้ โดยไม่มีอุปสรรคด้านสถานที่อีกต่อไป และยังทำให้เกิดบริการการดูแลสุขภาพทางไกลแบบเฉพาะทาง ซึ่งอาจทำให้โรงพยาบาลในชนบทสามารถอยู่รอดและเติบโตในตลาดที่กำลังพัฒนานี้ได้
Telemedicine จะสามารถช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายอย่างมากในระบบการดูแลสุขภาพในยุคสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพและใช้บริการได้อย่างคุ้มค่า Telemedicine ยังทำให้ผู้ป่วยมีความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง ใช้เวลาน้อยลง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูงสุดได้เพียงแค่ปลายนิ้ว










