thansettakij
thansettakij
กูรูแนะทางออกผ่าสึนามิดิจิทัล

กูรูแนะทางออกผ่าสึนามิดิจิทัล

18 ก.ย. 62 | 07:47 น.

กูรูเทคโนโลยี ชี้ยุคดิจิทัลไล่ล่า ไม่ปรับตัวตาย แนะพลิกวิกฤตสร้างโอกาสธุรกิจ

กูรูแนะทางออกผ่าสึนามิดิจิทัล

ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการยังเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงของการเข้ามาของคลื่นเทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัล หรือ ดิจิทัล ดิสรัปชั่น  ที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนให้สะดวกสบายมากขึ้น  จนกลายเป็นทางเลือกหลักในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ในยุคโมบาย เฟิร์ส ที่นิยมค้นหาข้อมูล ดูรีวิวจากเว็บและโซเซียลมีเดีย   สั่งซื้อสินค้า  หรือ บริการผ่านแอพพลิเคชั่น 

 

ในงานสัมมนา “พลิกวิกฤติสร้างเศรษฐกิจไทย : Do or Die” จัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ” ได้เชิญกูรูด้านเทคโนโลยีมาร่วมพูดคุยภายใต้หัวข้อเสวนา”ผ่าสึนามิดิจิทัล สร้างโอกาสธุรกิจ”

พชร อารยะการกุล

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ดิจิทัล ดิสรัปชัน เป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คำนี้ยังไม่ได้แพร่หลาย แต่ปัจจุบันได้ยินกันทุกวัน ซึ่งดิจิทัล  ดิสรัปชันนั้นเป็นทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งน่ากลัว แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤตมักจะมีโอกาส  ดิจิทัล ดิสรัปชันเข้าใกล้เรามากขึ้น ประเทศไทยมีประชากรกว่า 70 ล้านคน ซึ่ง 60 ล้านคนมีการใช้งานอินเตอร์เน็ต มีเลขหมายโทรศัพท์มือถือกว่า 90 ล้านเลขหมาย และในไทยใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตสูงถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน  ซึ่งหลายธุรกิจมีการปรับตัว อย่างเช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธนาคารที่เป็นธุรกิจแรกๆ ที่มีการปรับตัว เกิดการซื้อขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต  หรือที่เรียกว่า โซเชียลคอมเมิร์ซ อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่างๆ นั้นก็มีผลกับตัวเรา จะเห็นว่าการทำรายการซื้อขายต่างๆ เกินกว่า 50% นั้นผ่านแบงค์กิ้ง  ทุกวันนี้สิ่งที่ทุกคนมีติดตัวคือ สมาร์ทโฟนที่อยู่กับคนตลอดเวลา ทำให้คนในโลกนี้มีความอดทนน้อยลง โฟกัสกับสิ่งอื่นๆ น้อยลง  ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนเพราะการมีสมาร์ทโฟนหรือเทคโนโลยี 
 

ปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ใช่แค่เพียงการซื้อขาย แต่ทำอย่างไรที่จะสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นจากลูกค้าหนึ่งคนได้มากที่สุด ตัวแปรที่สำคัญ คือ 1.ถ้าธุรกิจอยู่กับลูกค้าได้นาน โอกาสที่จะสร้างรายได้ก็จะมากขึ้น 2.สร้างความพอใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ 3. ไม่จำเป็นต้องหวังกำไรจากลุกค้าตั้งแต่ครั้งแรก แต่ต้องทำให้ลูกค้าสามารถอยู่กับเราได้ตลอด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าจากข้อมูลที่มี  เทรนด์ที่กำลังมาคือการแย่งความสนใจจากลูกค้า ทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจที่จะอยู่กับเราได้นานที่สุด และนำเวลานั้นกลับไปขาย  ธุรกิจในทุกวันนี้ถ้าเราอยู่กับลูกค้าได้นานก็จะขายของได้มากขึ้น 

 

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ

ด้านนายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บรษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเจอพายุ 3 ลูกที่โจมตี คือ 1. International Economy Strom หรือ พายุจากทั่วโลก อย่างเทรดวอร์ของจีนและสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบกับคนไทย  2.Local Economy Strom ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จาก 3 ทาง คือ  รายได้จากการส่งออก ที่ปีนี้ยอดส่งออกติดลบ 1.9% รายได้จากการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่เป็นรายได้หลัก แต่เมื่อจีนเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจจะส่งผลใหรายได้จากการท่องเที่ยวในไทยลดลง และรายได้จากการบริโภคในประเทศ ลดลงจากเศรษฐกิจไม่ดีเงินในกระเป๋าลดน้อยลงกว่าที่เคยเป็น 

 

“พายุลูกที่ 3 คือ ดิจิทัล ดิสรัปชัน ณ วันนี้เชื่อว่าหลายคนรู้แล้วว่ามันรุนแรงและกระทบกับชีวิตเรามากแค่ไหน ภาคธุรกิจต้องการที่จะปรับตัว”
 

วิธีการปรับตัว 5 ขั้นตอนของธุรกิจ คือ 1. Set Clear Goal and Direction ผู้บริหารมีการตั้งเป้าหมายทางธุรกิจในอีก 5-10 ปี ต้องมองว่าธุรกิจจะอยู่ในส่วนไหนของตลาด จะเป็นผู้นำ ผู้ตามหรือจะอยู่ในธุรกิจนี้ไปเรื่อยๆ ต้องอ่านให้ออก รวมถึงคู่แข่งที่ต้องมองว่าในอนาคตใครที่จะมาแย่งธุรกิจของเราบ้าง 2.Internal Communication หรือ การบอกให้คนในองค์กรรู้ทิศทางที่องค์กรกำลังจะไป ซึ่งพนักงานคือคนส่วนใหญ่ในองค์กร หากพนักงานไม่รับรู้จะทำให้บริษัทล้มเหลวในเรื่องของดิจิทัล ทรานฟอเมชั่น 3.Design Business Pattern หรือ การกำหนดแพทเทิร์นในการทำธุรกิจ 4.Set Timeline คือ ต้องมีการกำหนดไทม์ไลน์ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้  และ 5.Reviews and Evolution  การรีวิวว่าแผนของธุรกิจเป็นไปตามที่คิดไว้หรือไม่ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจจะต้องมีการปรับแผนเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ของตลาด มีการรีวิวและประเมินผลในการทำงาน 

 

 

อนุชิต อนุชิตานุกูล

ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล ประธานสายพัฒนาระบบงาน ช่องทางขายและผลิตภัณฑ์ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  เมื่อ 4-5 ปีก่อน หลายคนยังตื่นเต้นกับเรื่องการมาของสึนามิเทคโนโลยี ซึ่งทางรอดคือการพยายามขี่คลื่นเพื่อให้ไปได้ไกลกว่า ตอนนี้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของการใช้เพย์เมนต์ของโลกกว่า 74% แซงหน้าสวีเดน และเกาหลีใต้ มีการใช้งานธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ถึง 80-90% ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซในประเทสไทยเติบโตอย่างรวดเร็วสูงถึง 30-40% ต่อเดือน มีการทำธุรกิจเกิดขึ้นกว่า  2,500 ล้านทรานแชคชัน เป็นมูลค่าสูงถึง 15 ล้านล้านบาท  เฉลี่ยธุรกรรมละ 6,000  บาท ซึ่งเท่ากับจีดีพีประเทศไทย ถ้าเราไม่เปลี่ยนก็จะมีคนมาเปลี่ยนเรา สังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่เปลี่ยนเราจะอยู่รอดยาก ปัญหาและวิกฤตของชาติคืออีกประมาณ  10 ปี คนจะแก่ เจ็บ จน คนน้อย ด้อยศึกษา ปัญหาเหลื่อมล้ำสูง  โดยรายงานล่าสุดพบว่าไทยจะเป็นประเทศที่แก่ที่สุดในโลก และเข้าสังคมสูงอายุ จากปัจจุบันที่ไทยมีแรงงานสูงถึง 40 ล้านคน ซึ่งจะค่อยๆ ลดลง ขณะที่คนสูงอายุมีกว่า 10 ล้านคน โดยในอีก 10 ปีแรงงานจะเหลือเพียงไม่ถึง 20 ล้านคน แต่คนสูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน สะท้อนถึงเทรนด์ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น  ลูกค้าของธุรกิจลดลง กำลังซื้อลดลง สต็อกสินค้าจะค้างสูง เป็นโจทย์ที่ภาคธุรกิจต้องหาทางรอด

 

“ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตดังกล่าว คือ ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงานที่หายไป เพราะการพัฒนาประเทศที่ใช้แรงงานราคาถูกได้หมดไปแล้ว ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจธุรกิจเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับธุรกิจ การพัฒนาเรื่องของดาต้า การนำโรบอทเข้ามาใช้ในการผลิต รวมถึงต้องดูเทรนด์ใหญ่ที่สำคัญกับธุรกิจมากที่สุด และความต้องการของลูกค้า เพราะหากธุรกิจไม่ปรับตัว ไม่ทดลองในทุกช่องทางจะไม่สามารถอยู่รอดได้”