
ประกาศผลแล้ว 12 ผลงาน เข้าชิงรางวัล 6 แสนบาท โครงการ “YTP ปีที่ 8”
นายเจิรญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “โครงการ “Young Technopreneur เป็นโครงการประกวดแผนธุรกิจด้านเทคโนโลยี ที่กลุ่มบริษัทสามารถร่วมกับ สวทช.จับมือกัน “ปั้นเจ้าของธุรกิจตัวจริงด้านเทคโนโลยีด้วยการมายาวนานถึง 8 ปี สำหรับโครงการปี 2019 คณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานที่โดดเด่นจำนวน 12 ผลงาน ที่มีแนวคิดด้านเทคโนโลยีที่เป็นธุรกิจได้จริง สามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดได้ และยังสอดรับกับแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลักๆ ได้แก่ 1.เทคโนโลยีอาหารและการเกษตร 2.เทคโนโลยีการแพทย์และบริการเพื่อผู้สูงอายุ 3. เทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว และเทคโนโลยีด้านการขนส่งและโลจิสติกส์
โดยมีผลงานต่างๆที่เข้ารอบดังนี้ผลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร 3 ผลงาน 1.B & M Rice for Life : การนำข้าวอ่อนมาแปรรูปด้วยการ Encapsulation, 2. Enola : แพลตฟอร์มการซื้อขายคาร์บอนเครดิต 3. AIP Skytech : โดรนตรวจจับศัตรูพืชและฉีดพ่นยา
ผลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการแพทย์และบริการเพื่อผู้สูงอายุ 5 ผลงาน
4. REFIT : กายภาพบำบัดส่งตรงถึงคุณ. 5. Pharmabot : กลไกแม็คคานิกส์ในการควบคุมการเคลื่อนที่ 6. Bagnosis DCN : ชุดกล้องแยกชนิดและนับจำนวนแบคทีเรียด้วย AI , 7. ไฮโดรเจล-ติดทน-เส้นขนสัตว์ : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อสัตว์เลี้ยง,8. OFFIT : แพลตฟอร์มติดตามการรักษาผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรมในการทำกายภาพบำบัด
ผลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ 2 ผลงาน 9. I-Lock : ระบบควบคุมรถด้วย IOT, 10. Alto Tech Smart hotel Energy : การจัดการพลังงานอัจฉริยะภายในโรงแรม
อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ 2 ผลงาน 11. PFB Navigator : อุปกรณ์เสริมนำทางอัจฉริยะ,12. Container Truck Gate Automation : ระบบอ่านหมายเลขตู้คอนเทนเนอร์และระบบอ่านป้ายทะเบียนรถบรรทุกอัตโนมัติ
“สำหรับกิจกรรมต่อไป โครงการได้เปิดโอกาสให้น้องๆทั้ง 12 ทีม ได้เข้าพบปะผู้ประกอบการตามประเภทธุรกิจของตน (Business Matching) ที่นอกจากน้องๆจะได้โชว์ไอเดียและแผนธุรกิจให้กับผู้ประกอบการตัวจริงที่เป็นโอกาสให้เกิดธุรกิจร่วมกันได้แล้ว น้องๆยังจะได้รับคำแนะนำจากผู้ประกอบการเพื่อนำไปปรับใช้และพัฒนาผลงานให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะหลังจากนี้ทั้ง 12 ผลงานจะต้องกลับมานำเสนอผลงานของตนต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในรอบสุดท้ายช่วงเดือนตุลาคมนี้อีกครั้งอย่างเข้มข้น เพื่อเฟ้นหาทีมที่จะคว้ารางวัลชนะเลิศ “SAMART Innovation Award” และทุนการพัฒนาผลงาน รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ต่อไป” นายเจริญรัฐ กล่าวทิ้งท้าย










