thansettakij
thansettakij
‘จาร์ตัน’ปลุกกระแสสมาร์ทโฮมรับ‘ชีวิตดิจิทัล-สังคมสูงวัย’

‘จาร์ตัน’ปลุกกระแสสมาร์ทโฮมรับ‘ชีวิตดิจิทัล-สังคมสูงวัย’

07 ส.ค. 62 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ส.ค. 62 | 11:22 น.

กระแสของนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะหรือ “สมาร์ทโฮม” ที่เข้ามานั้นมีส่วนช่วยให้ชีวิตประจำวันของคนมีความสะดวกสบายมากขึ้น จากการประเมินของ สถาบันวิจัยด้านการตลาดของสหรัฐฯ หรือ IDC คาดการณ์ว่า ภายในปี 2565 จำนวนของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมจะเติบโตไปถึงเกือบ 1,300 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในระยะเวลาไม่กี่ปี และในปี 2568 ตลาดสมาร์ทโฮมจะมีมูลค่ากว่า 263,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอุปกรณ์หลักๆ ที่จะได้รับความนิยม คืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย

นายธีธัช จึงกานต์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จาร์ตัน กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จาร์ตันได้มีการศึกษาภาพรวมอุตสาหกรรมสมาร์ทโฮมตั้งแต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการเปิดตัวในปีนี้เนื่องจากเห็นว่าตลาดเริ่มพร้อมในการรับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมูลค่าตลาดสมาร์ทโฮมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของตลาดวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ก่อนหน้านี้จาร์ตันเน้นการทำธุรกิจแบบ B2B เป็นหลักประมาณ 60-70% โดยในปีนี้ตั้งเป้าที่จะเจาะตลาดผู้ใช้ (End User) มากขึ้น

ปัจจุบันมีโครงการบ้านและคอนโดฯที่จับมือเป็นพันธมิตรประมาณ 8-9 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการเปิดตัว ที่ผ่านมาจาร์ตันทำตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ของตัวเองเป็นหลัก และไม่เน้นรับจ้างผลิตสินค้าแบบ OEM โดยตั้งเป้ายอดการเติบโตปีละประมาณ 30-40% ด้วยความเชื่อที่ว่าอุปกรณ์สมาร์ทโฮมสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริง จะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกไตรมาส และคาดว่าจาร์ตันจะสามารถเข้าสู่ตลาด Mai ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

“เราตั้งเป้าที่จะเป็น ท็อป ออฟไมด์ของแบรนด์ด้านสมาร์ทโฮมภายในปี 2565 ให้ได้ เพราะประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากการมีระบบสมาร์ทโฮมไม่ใช่แค่เรื่องการเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยเพิ่มเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้น ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ระบบเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับคนในครอบครัว ซึ่งหากลูกค้ากลุ่มผู้ใช้เปิดใจรับ กลุ่มองค์กรต่างๆ อย่าง โรงแรม โรงเรียน ก็อาจจะมีการนำไปใช้งาน บนฐานตัวเดียวกันแต่ต่อยอดไปในด้านอื่นๆ ได้อีก”

‘จาร์ตัน’ปลุกกระแสสมาร์ทโฮมรับ‘ชีวิตดิจิทัล-สังคมสูงวัย’

อย่างไรก็ตามหากพูดถึงเรื่องของสมาร์ทโฮมนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจาร์ตันใช้บริการคลาวด์ของอะเมซอนเว็บเซอร์วิส (AWS) ที่มีอัพไทม์ 99.99% และคำนึงถึง เรื่องของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผ่านข้อกฎหมายของ GDPR (General Data Protection Regulation) ในเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งระบบสมาร์ทโฮมของจาร์ตันนั้นมีการเชื่อมต่อกับ อะเมซอน อเล็กซ่า (Amazon Alexa) และกูเกิล แอสซิสแทนซ์ (Google Assistance) หากมีการใช้อุปกรณ์ของแบรนด์อื่นร่วมด้วยภายในบ้าน ก็สามารถเชื่อมต่อผ่าน Alexa ได้เช่นกัน

 

หลังจากที่มีการเปิดตัวเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมโซลูชัน ในงานบ้านและสวนแฟร์ มิดเยียร์ 2019 แล้ว ทางจาร์ตันจะมีการเปิดตัวออฟฟิเชียลสโตร์ เพื่อจำหน่ายสมาร์ทโฮมดีไวซ์บนแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ อย่าง ลาซาด้า ช้อปปี้ เจดี เซ็นทรัล อย่างเป็นทางการ รวมถึงการรุกสู่ร้านค้าออฟไลน์ในปลายปีนี้ โดยไตรมาส 4 คาดว่าจะเป็นแฟล็ก ชิพสโตร์ประมาณ 50 สาขา ที่เป็นเซ็กเตอร์ของผู้นำด้านไอทีตามหัวเมืองใหญ่ รวมถึงจะมีการเปิดตัว Experience Center เพื่อเป็นโชว์รูมแสดงการใช้งานสมาร์ทโฮมดีไวซ์ของจาร์ตันภายในปีนี้

“ความท้าทายในวันนี้คือ เอนด์ยูสเซอร์ต้องเห็นความสำคัญของการเป็นระบบสมาร์ทโฮม เปลี่ยนความต้อง การ (Want) ให้เป็น (Need) ของผู้ใช้ให้ได้ ซึ่งเทรนด์ในช่วง 3-4 ปีมานี้ คนก็เริ่มมีการพูดถึงระบบสมาร์ทโฮมมากขึ้น” 

หน้า 11 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3493 ระหว่างวันที่ 4 - 7 สิงหาคม 2562