thansettakij
thansettakij
JFin Coin กระตุ้นแบงก์ปรับตัว ‘เศรษฐพงค์’ชี้ต้องให้บริการที่ท้าทายมากขึ้น

JFin Coin กระตุ้นแบงก์ปรับตัว ‘เศรษฐพงค์’ชี้ต้องให้บริการที่ท้าทายมากขึ้น

03 ก.พ. 61 | 08:23 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 61 | 15:23 น.
ชี้ “JFin Coin” เป็นตัวกระตุ้นให้สถาบันการเงินการธนาคารต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการให้บริการที่เริ่มมีความท้าทายมากขึ้น เผยมีรูปแบบทางธุรกิจในการให้บริการเงินกู้ในระดับบุคคลทั่วไป ซึ่งจะสามารถเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่นอกการให้บริการของธนาคารได้

บิตคอยน์ หรือ Bitcoin คือสกุลเงินในรูปแบบของดิจิตอล ถูกสร้างขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆ กลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์ และถือเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ถูกเรียกว่าคริปโตเคอร์เรนซี (cryptocurrency) ในหลายประเทศได้เริ่มนำไปใช้กันบ้างแล้ว

หากแต่ในประเทศไทย บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจการเงิน พร้อมด้วย บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชันทาง ด้าน Fintech และลงทุนในธุรกิจ Start-up (เป็นบริษัทย่อยที่ JMART ถือหุ้นในสัดส่วน 80%) อยู่ระหว่างการเตรียมระดมทุนด้วยดิจิตอลโทเคน “JFin Coin” ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (Initial Coin Offering : ICO) และเป็นกลุ่มบริษัทมหาชนรายแรกที่นำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ในธุรกิจสินเชื่อ

[caption id="attachment_255088" align="aligncenter" width="332"] พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ[/caption]

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า นับจากนี้ไปอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับตั้งแต่ 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนมากมายทั่วโลกถึงกว่า 4.5 พันล้านคน และด้วยความทรงพลังของการเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเข้ากับอินเตอร์เน็ต จึงทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถทำธุรกรรมทุกรูปแบบผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดังกับว่าเรามีธนาคารเคลื่อนที่ไปกับเราตลอดเวลา

ตั้งแต่ปี 2552 ที่ Blockchain เริ่มปรากฏตัว โดยทำหน้าที่คล้ายกับโรงงานผลิตสินค้าแบบอัตโนมัติบนอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ประกอบวัตถุดิบทุกชิ้นเข้าด้วยกัน ไปจนถึงการระบุรหัสประจำตัวให้กับสินค้าทุกชิ้นเพื่อป้องกันการปลอมแปลง และด้วยขีดความสามารถนี้ของ Blockchain จึงมีคนนำมันมากำหนดรูปแบบการทำธุรกรรมแบบปลอดภัยและเชื่อถือได้บนอินเตอร์เน็ต ด้วยการพิสูจน์ (Proof) แทนที่จะเป็นเพียงการเชื่อใจ (Trust) เท่านั้น จึงทำให้มีแนวโน้มว่าโลกในอนาคตภายใน 10 ปีนี้ ผู้คนจะสามารถโอนเงินและทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยตรงกันเอง (Peer-to-peer) โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลาง เช่น สถาบันทางการเงินและธนาคารอีกต่อไป รวมทั้งจะเกิดสถาบันทางการเงินรูปแบบใหม่บน Blockchain

ในวันนี้จึงมีการระดมทุนในรูปแบบ Initial Coin Offering (ICO) เพื่อที่จะสร้างธุรกิจเสมือน (Virtual business model) ออกมาในรูปแบบ Cryptocurrency บน Blockchain ที่เรารู้จักในนาม Bitcoin ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว Bitcoin เป็นเพียง Cryptocurrency อันดับ 1 ในกว่า 1,300 สกุล

และในวันนี้เองประเทศไทยได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นโดยบริษัท เจมาร์ท ได้ประกาศเสนอการระดมทุนในรูปแบบ ICO ด้วยการสร้าง Cryptocurrency ที่ชื่อว่า “JFin Coin” ซึ่งถือว่าเป็น Cryptocurrency สัญชาติไทยรายแรก ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเป็นตัวกระตุ้นให้สถาบันการเงินการธนาคารต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการให้บริการที่เริ่มมีความท้าทายมากขึ้นอย่างยิ่ง โดย JFin Coin มีรูปแบบทางธุรกิจในการให้บริการเงินกู้ในระดับบุคคลทั่วไป ซึ่งจะสามารถเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่นอกการให้บริการของธนาคาร

728x90-03-3-503x62-3-503x62 ปรากฏการณ์นี้อาจจะมีประวัติศาสตร์ซํ้ารอย คล้ายกรณีที่บริษัท Blockbuster ที่ให้บริการเช่า VDO ตามสาขามากมายในสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อบริษัท Netflix ผู้ให้บริการ VDO online ผ่านอินเตอร์เน็ตเข้ามาในตลาด โดยเข้าไปเจาะตลาดล่างซึ่งเป็นตลาดที่ Blockbuster ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก แต่ด้วยความประมาททำให้ในเวลาต่อมามีการพัฒนาเทคโนโลยี Wi-Fi และ mobile internet อย่างก้าวกระโดดจนทำให้บริษัท Netflix ขยายบริการเข้าไปกินตลาดทั้งหมดของ Blockbuster จนทำให้ Blockbuster ต้องล้มละลายในที่สุดในปี 2010

แต่เบื้องหลังที่น่าสนใจของการล่มสลายของ Blockbuster คือ “ความประมาท” ของยักษ์ใหญ่ โดยในปี 2000 ผู้ก่อตั้ง Netflix ได้เห็นโอกาสหลังจากที่ระบบ 3G เริ่มเกิดขึ้น จนทำให้เขาตัดสินใจบินไปเมือง Dallas เพื่อขอพบ CEO ของ Blockbuster ที่ชื่อ John Antioco และผู้บริหารของ Blockbuster เพื่อยื่นข้อเสนอเพื่อทำธุรกิจร่วมกันโดย Netflix เสนอว่าจะดำเนินธุรกิจให้กับ Blockbuster ในส่วนของ Online และขอให้ Blockbuster ช่วยโปรโมตตราสินค้าให้กับ Netflix ในทุกร้านสาขาของ Blockbuster ผลปรากฏว่า John Antioco, CEO ของ Blockbuster ได้หัวเราะออกมาลั่นห้องประชุมทันที แต่หลังจากสิ้นเสียงหัวเราะไปไม่กี่ปีการล้มสลายของ Blockbuster ก็เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า

“ความประมาทและความไม่รู้จริงของผู้บริหารยุคดิจิตอล จะนำพาให้องค์กรล่มสลาย หากแต่ JFin Coin จึงอาจจะเป็นปลาที่เคลื่อนไหวเร็วกินปลาที่เคลื่อนไหวช้าตัวใหญ่ ในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร ในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9