
‘เอชพี’ชิงแชร์พรินเตอร์เอ3 ส่ง 54 โปรดักต์ลงตลาดชูจุดขายป้องกันมัลแวร์
เอชพี อิงค์อวดโฉมเครื่องพิมพ์ เอ 3 ใหม่ชูเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยรายแรกในไทย มุ่งเน้นป้องกันระบบจากการโจมตีของแฮกเกอร์หรือมัลแวร์ที่สร้างความเสียหายให้กับข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ พร้อมนวัตกรรมใหม่ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์
นายปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเอชพี อิงค์ ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ หรือ พรินเตอร์ขนาด เอ 3 แบบมัลติฟังก์ชัน (MFPs) ที่มีคุณสมบัติใหม่ป้องกันปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์จากการโจมตีของแฮกเกอร์ เนื่องจากที่ผ่านมานั้นมัลแวร์ได้สร้างความเสียหายให้กับหลายองค์กรธุรกิจ
[caption id="attachment_160110" align="aligncenter" width="503"]
‘เอชพี’ชิงแชร์พรินเตอร์เอ3 ส่ง 54 โปรดักต์ลงตลาดชูจุดขายป้องกันมัลแวร์[/caption]
ทำให้เอชพี มองเห็นถึงความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในสำนักงาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในโครงสร้างระบบไอทีขององค์กรแต่มักจะถูกมองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของการป้องกันมัลแวร์สำหรับเครื่องพิมพ์ ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนของระบบเน็ตเวิร์กในองค์กรส่วนใหญ่
“ที่ผ่านมา เอชพีสามารถสร้างรายได้และทำกำไรในตลาดเครื่องพิมพ์ เอ4 โดยมีมูลค่าถึง 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สำหรับเครื่องพิมพ์ เอ 3 นั้นยังมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 5% ทำให้เอชพีมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดเครื่องพิมพ์ เอ 3 ด้วยกลยุทธ์ในการทำตลาดจากการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ เอ 3 กว่า 54 รายการเพื่อรองรับลูกค้าองค์กรในหลากหลายธุรกิจที่มีความต้องการใช้งานเครื่องพิมพ์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการทำตลาดการพิมพ์แบบครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยทางเลือกที่หลากหลาย
ด้วยความร่วมมือกับ Nanyang Polytechnic (Singapore) และ Splunk องค์กรชั้นนำด้านแพลตฟอร์มดาต้าสำหรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและแหล่งเก็บดาต้า Nanyang Polytechnic ได้พัฒนาแอพลิเคชันบน Splunk ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติและภัยคุกคามโดยอาศัยระบบวิเคราะห์ machine-learning based analytics ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ไอทีหากเกิดความผิดปกติของเครื่องพิมพ์หรือมีแฮกเกอร์กำลังพยายามโจมตีเครือข่ายเครื่องพิมพ์ที่มีการใช้งานอยู่รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบตัวเองเมื่อเกิดความผิดปกติหรือตรวจพบสิ่งแปลกปลอม โดยเครื่องพิมพ์จะทำการรีบูทตัวเองเพื่อป้องกันข้อมูลของเครื่องเกิดความเสียหาย
อีกทั้งเครื่องพิมพ์ A3 นั้นยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี PageWide A3 ซึ่งจะช่วยทำให้การพิมพ์สีมีราคาที่ถูกลงและมีความเร็วสูงอยู่ที่ 35 - 60 แผ่นต่อนาที รวมถึงได้ภาพและสีที่มีความคมชัดกว่าเดิม
นอกจากนี้ทางเอชพียังให้บริการในเรื่องของการเช่าใช้งานเครื่องพิมพ์ ซึ่งทางเอชพีจะดูแลในเรื่องของระบบทั้งหมดให้กับผู้เช่า ทั้งการติดตั้ง การซ่อมบำรุง ด้วยเทคโนโลยีด้านการบริการ Smart Device Services (SDS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อใช้งานบนระบบคลาวด์ โดยจะช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้ยาวนานขึ้น
[caption id="attachment_138583" align="aligncenter" width="503"]
ปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]
อีกทั้งยังมีกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาให้กับอุปกรณ์ในด้านต่างๆเช่น เมื่อหมึกใกล้หมด หรือปัญหาเครื่องขัดข้องต่างๆ ก็จะมีการประมวลผลและส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องจัดการด้วยตนเอง
สำหรับองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นั้นจะเน้นไปที่การลดต้นทุนเป็นหลัก จึงไม่เห็นความสำคัญของการใช้เครื่องพิมพ์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าความเสียหายของข้อมลู หากเกดิ การโจมตีของมัลแวร์ เมื่อเทียบกับการลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยความเสียหายดังกล่าวอาจมีมูลค่ามากกว่า นายปวิณกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560
นายปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเอชพี อิงค์ ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ หรือ พรินเตอร์ขนาด เอ 3 แบบมัลติฟังก์ชัน (MFPs) ที่มีคุณสมบัติใหม่ป้องกันปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์จากการโจมตีของแฮกเกอร์ เนื่องจากที่ผ่านมานั้นมัลแวร์ได้สร้างความเสียหายให้กับหลายองค์กรธุรกิจ
[caption id="attachment_160110" align="aligncenter" width="503"]
ทำให้เอชพี มองเห็นถึงความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในสำนักงาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในโครงสร้างระบบไอทีขององค์กรแต่มักจะถูกมองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของการป้องกันมัลแวร์สำหรับเครื่องพิมพ์ ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนของระบบเน็ตเวิร์กในองค์กรส่วนใหญ่
“ที่ผ่านมา เอชพีสามารถสร้างรายได้และทำกำไรในตลาดเครื่องพิมพ์ เอ4 โดยมีมูลค่าถึง 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สำหรับเครื่องพิมพ์ เอ 3 นั้นยังมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 5% ทำให้เอชพีมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดเครื่องพิมพ์ เอ 3 ด้วยกลยุทธ์ในการทำตลาดจากการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ เอ 3 กว่า 54 รายการเพื่อรองรับลูกค้าองค์กรในหลากหลายธุรกิจที่มีความต้องการใช้งานเครื่องพิมพ์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการทำตลาดการพิมพ์แบบครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยทางเลือกที่หลากหลาย
ด้วยความร่วมมือกับ Nanyang Polytechnic (Singapore) และ Splunk องค์กรชั้นนำด้านแพลตฟอร์มดาต้าสำหรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและแหล่งเก็บดาต้า Nanyang Polytechnic ได้พัฒนาแอพลิเคชันบน Splunk ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติและภัยคุกคามโดยอาศัยระบบวิเคราะห์ machine-learning based analytics ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ไอทีหากเกิดความผิดปกติของเครื่องพิมพ์หรือมีแฮกเกอร์กำลังพยายามโจมตีเครือข่ายเครื่องพิมพ์ที่มีการใช้งานอยู่รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบตัวเองเมื่อเกิดความผิดปกติหรือตรวจพบสิ่งแปลกปลอม โดยเครื่องพิมพ์จะทำการรีบูทตัวเองเพื่อป้องกันข้อมูลของเครื่องเกิดความเสียหาย
อีกทั้งเครื่องพิมพ์ A3 นั้นยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี PageWide A3 ซึ่งจะช่วยทำให้การพิมพ์สีมีราคาที่ถูกลงและมีความเร็วสูงอยู่ที่ 35 - 60 แผ่นต่อนาที รวมถึงได้ภาพและสีที่มีความคมชัดกว่าเดิม
นอกจากนี้ทางเอชพียังให้บริการในเรื่องของการเช่าใช้งานเครื่องพิมพ์ ซึ่งทางเอชพีจะดูแลในเรื่องของระบบทั้งหมดให้กับผู้เช่า ทั้งการติดตั้ง การซ่อมบำรุง ด้วยเทคโนโลยีด้านการบริการ Smart Device Services (SDS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อใช้งานบนระบบคลาวด์ โดยจะช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้ยาวนานขึ้น
[caption id="attachment_138583" align="aligncenter" width="503"]
อีกทั้งยังมีกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาให้กับอุปกรณ์ในด้านต่างๆเช่น เมื่อหมึกใกล้หมด หรือปัญหาเครื่องขัดข้องต่างๆ ก็จะมีการประมวลผลและส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลระบบ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องจัดการด้วยตนเอง
สำหรับองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่นั้นจะเน้นไปที่การลดต้นทุนเป็นหลัก จึงไม่เห็นความสำคัญของการใช้เครื่องพิมพ์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าความเสียหายของข้อมลู หากเกดิ การโจมตีของมัลแวร์ เมื่อเทียบกับการลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยความเสียหายดังกล่าวอาจมีมูลค่ามากกว่า นายปวิณกล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560










