
ทาบ‘คิงส์ซอฟต์’ลงทุนอีอีซี อาร์เอ็มไอฯคาดรู่ผล6เดือน-เปิดซอฟ์แวร์ออฟฟิศธุรกิจ
ดึงยักษ์ซอฟต์แวร์จีน “คิงส์ซอฟต์” ลงทุนอีอีซีคาดรู้ผล 6 เดือน พร้อมประเดิมส่งโปรดักต์แรก “ออฟฟิศ บิสิเนส” ปูพรมเจาะตลาดธุรกิจ หวังเป็นทางเลือกใหม่ตลาด ชูจุดขายพัฒนาฟีเจอร์สำหรับเมืองไทย ราคาตํ่ากว่าไมโครซอฟต์ออฟฟิศ 60% เตรียมเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็ม สร้างรายได้พาร์ตเนอร์-ดีไซเนอร์ไทย
นายพงศ์พรหม ยามะรัตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตลาด บริษัทอาร์เอ็มไอ โกลบัลเวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทในฐานะคู่ค้าของบริษัทคิงส์ซอฟต์คอร์ปอเรชั่นฯ ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของจีน ในกลุ่ม เทนเซ็นต์ และเสี่ยวหมี่อยู่ระหว่างการทาบทามคู่ค้ารายดังกล่าวเข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนจากนี้
ขณะเดียวกันยังได้ดึงซอฟต์แวร์คิงส์ซอฟต์เข้ามาทำตลาดในไทย เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยซอฟต์แวร์แรกที่เข้ามาทำตลาดคือ ซอฟต์แวร์ “ไทย ดับเบิลยูพีเอส ออฟฟิศ” ซึ่งเป็นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับกลุ่มธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้พัฒนาตัวซอฟต์แวร์หลักให้รองรับการใช้งานภาษาไทยพร้อมทั้งพัฒนาคุณสมบัติเพิ่มเติม 3-5% ของตัวซอฟต์แวร์ให้รองรับความต้องการใช้งานของผู้ใช้คนไทย
โดยในอนาคตมีแผนพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมที่เหมาะกับประเทศไทย อาทิ แบบฟอร์มเสียภาษี หรือคิดคำนวณภาษีซึ่ง ในส่วนของซอฟต์แวร์ดังกล่าวนั้นเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างคิงส์ซอฟต์ กับบริษัท โดยตั้งราคาเบื้องต้น 5,250 บาท ขณะที่ไมโครซอฟต์ออฟฟิศมีราคาประมาณ 9,000 บาท ซึ่งราคาตํ่าการประมาณ 60% แต่มีฟีเจอร์การใช้งานสำหรับคนไทยมากกว่า
โดยจุดขายของซอฟต์แวร์“ไทย ดับเบิลยูพีเอส ออฟฟิศ”คือ ราคาสามารถแข่งขันได้ ในขณะที่ผู้ใช้ไม่ต้องเรียนรู้การใช้งานเพิ่มเติม และตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้คนไทยรวมไปถึงทำให้ภาระค่าใช้จ่ายตกอยู่กับผู้ใช้ตํ่าสุด
“ปีแรกเราไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายเอาไว้ เราเจรจากับคิงส์ซอฟต์ว่าเราไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เป็นพันธมิตรร่วมมือกันผลักดันให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เกิด และสร้างอีโคซิสเต็มด้านซอฟต์แวร์ขึ้นมาในไทย เพื่อช่วยให้นักพัฒนาดีไซเนอร์ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่ต้องการเป็นทางเลือกให้กับตลาด ซึ่งในเฟสแรก เราไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้แต่เป็นการพัฒนาช่องทางจำหน่าย ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์พัฒนาโปรดักต์ให้เหมาะกับการใช้งานของธุรกิจไทย รวมไปถึงการให้ความรู้กับผู้ใช้ และดูความพึงพอใจของผู้ใช้ ส่วนในเฟส 2ซึ่งคาดว่าจะอยู่ราวครึ่งหลังของปีหน้า เราจะรุกตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น โดยมีงบการทำตลาดประมาณ 300-500 ล้านบาท ไม่นับรวมงบที่ได้รับการสนับสนุนจากคิงส์ซอฟต์”
ทั้งนี้นอกจากการขายสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ หรือ ไลเซนแล้วบริษัทมีแผนเปิดให้บริการโปรแกรมออฟฟิศ ผ่านคลาวด์เซอร์วิส และซอฟต์แวร์ออฟฟิศสำหรับคอนซูเมอร์ รวมไปถึงการเปิดตัวซอฟต์แวร์ออฟฟิศเวอร์ชันโมบาย ที่รองรับการใช้งานภาษาไทย ประมาณครึ่งปีแรกของปีหน้า ออฟฟิศ โดยซอฟต์แวร์ออฟฟิศ เวอร์ชันโมบายนั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 และเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยติดตั้งในสมาร์ทโฟนซัมซุง และหัวเว่ยรุ่นใหม่ทุกรุ่น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560
นายพงศ์พรหม ยามะรัตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตลาด บริษัทอาร์เอ็มไอ โกลบัลเวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทในฐานะคู่ค้าของบริษัทคิงส์ซอฟต์คอร์ปอเรชั่นฯ ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของจีน ในกลุ่ม เทนเซ็นต์ และเสี่ยวหมี่อยู่ระหว่างการทาบทามคู่ค้ารายดังกล่าวเข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนจากนี้
ขณะเดียวกันยังได้ดึงซอฟต์แวร์คิงส์ซอฟต์เข้ามาทำตลาดในไทย เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยซอฟต์แวร์แรกที่เข้ามาทำตลาดคือ ซอฟต์แวร์ “ไทย ดับเบิลยูพีเอส ออฟฟิศ” ซึ่งเป็นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับกลุ่มธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้พัฒนาตัวซอฟต์แวร์หลักให้รองรับการใช้งานภาษาไทยพร้อมทั้งพัฒนาคุณสมบัติเพิ่มเติม 3-5% ของตัวซอฟต์แวร์ให้รองรับความต้องการใช้งานของผู้ใช้คนไทย
โดยในอนาคตมีแผนพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมที่เหมาะกับประเทศไทย อาทิ แบบฟอร์มเสียภาษี หรือคิดคำนวณภาษีซึ่ง ในส่วนของซอฟต์แวร์ดังกล่าวนั้นเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างคิงส์ซอฟต์ กับบริษัท โดยตั้งราคาเบื้องต้น 5,250 บาท ขณะที่ไมโครซอฟต์ออฟฟิศมีราคาประมาณ 9,000 บาท ซึ่งราคาตํ่าการประมาณ 60% แต่มีฟีเจอร์การใช้งานสำหรับคนไทยมากกว่า
“ปีแรกเราไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายเอาไว้ เราเจรจากับคิงส์ซอฟต์ว่าเราไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เป็นพันธมิตรร่วมมือกันผลักดันให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เกิด และสร้างอีโคซิสเต็มด้านซอฟต์แวร์ขึ้นมาในไทย เพื่อช่วยให้นักพัฒนาดีไซเนอร์ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่ต้องการเป็นทางเลือกให้กับตลาด ซึ่งในเฟสแรก เราไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้แต่เป็นการพัฒนาช่องทางจำหน่าย ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์พัฒนาโปรดักต์ให้เหมาะกับการใช้งานของธุรกิจไทย รวมไปถึงการให้ความรู้กับผู้ใช้ และดูความพึงพอใจของผู้ใช้ ส่วนในเฟส 2ซึ่งคาดว่าจะอยู่ราวครึ่งหลังของปีหน้า เราจะรุกตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น โดยมีงบการทำตลาดประมาณ 300-500 ล้านบาท ไม่นับรวมงบที่ได้รับการสนับสนุนจากคิงส์ซอฟต์”
ทั้งนี้นอกจากการขายสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ หรือ ไลเซนแล้วบริษัทมีแผนเปิดให้บริการโปรแกรมออฟฟิศ ผ่านคลาวด์เซอร์วิส และซอฟต์แวร์ออฟฟิศสำหรับคอนซูเมอร์ รวมไปถึงการเปิดตัวซอฟต์แวร์ออฟฟิศเวอร์ชันโมบาย ที่รองรับการใช้งานภาษาไทย ประมาณครึ่งปีแรกของปีหน้า ออฟฟิศ โดยซอฟต์แวร์ออฟฟิศ เวอร์ชันโมบายนั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 และเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยติดตั้งในสมาร์ทโฟนซัมซุง และหัวเว่ยรุ่นใหม่ทุกรุ่น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560











