
ยกชั้นปลอดภัย‘พร้อมเพย์’ แบงก์-เทลโก้แลกเปลี่ยนข้อมูล-คลังพอใจติดอีดีซี
สมาคมธนาคารไทยจับมือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แลกเปลี่ยนข้อมูล-พิสูจน์ตัวตน ยกระดับความปลอดภัยผู้ใช้บริการพร้อมเพย์ คาดสิ้นปีเห็น 30 ล้านบัญชีคลังเผยยอดติดตั้งเครื่องอีดีซีเดือนแรก 6.5 หมื่นเครื่อง
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าหลังจาก ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกำกับดูแลบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาทั้ง 2 องค์กรได้ประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่
วานนี้(2 พ.ค.)มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมระหว่างสมาคมโทรคมนาคมฯ และสมาคมธนาคารไทยเพื่อยกระดับกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับของธนาคารพาณิชย์ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกันซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการพร้อมเพย์
ข้อตกลงจะกำหนดให้การขอเปิดหรือเปลี่ยนแปลงซิมการ์ด ต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริง และดำเนินการเฉพาะที่ศูนย์บริการเท่านั้น ป้องกันการทุจริตและต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (Cross Check) เมื่อข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์เปลี่ยนแปลง เช่นเปลี่ยนเบอร์หรือออกซิมการ์ดใหม่ ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทราบ เพื่อติดต่อและยืนยันความถูกต้องกับผู้ใช้บริการในทันที
หลังเปิดให้บริการพร้อมเพย์เดือนมกราคมที่ผ่านมาปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 4.3 ล้านรายการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเฉพาะปลายเดือนมีนาคม 1 แสนรายการ ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 27 ล้านบัญชี คาดว่าจะเพิ่มเป็น 30 ล้านบัญชีในปลายปี ส่วนพร้อมเพย์นิติบุคคล 2.85 หมื่นบัญชี
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาระบบร่วมกันคาดว่าหลังจากบันทึกข้อตกลงภายใน 3 เดือนจะสามารถแชร์ข้อมูลระหว่างธนาคารและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งเครื่องรุดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เครื่อง อีดีซี ว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่สถาบันการเงินทั้ง 2 กลุ่มที่เข้ามาประมูลได้ทยอยติดตั้งให้กับร้านค้าขนาดเล็กหรือเฉพาะรายย่อยไปแล้ว 6.5 หมื่นเครื่อง คาดว่าจะครบ 5.5 แสนเครื่องภายในมีนาคม 2561
เพื่อกระตุ้นการใช้คลังเปิดโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตนี้จะเริ่มแจกโชคในเดือนมิถุนายน 2560 เป็นเดือนแรก โดยจะใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมในเดือนพฤษภาคม 2560 และแจกต่อเนื่องทุกเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 84 ล้านบาท จะแจกให้ทั้งประชาชนและร้านค้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,258 วันที่ 4 - 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าหลังจาก ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกำกับดูแลบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาทั้ง 2 องค์กรได้ประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่
วานนี้(2 พ.ค.)มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมระหว่างสมาคมโทรคมนาคมฯ และสมาคมธนาคารไทยเพื่อยกระดับกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับของธนาคารพาณิชย์ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกันซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการพร้อมเพย์
ข้อตกลงจะกำหนดให้การขอเปิดหรือเปลี่ยนแปลงซิมการ์ด ต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริง และดำเนินการเฉพาะที่ศูนย์บริการเท่านั้น ป้องกันการทุจริตและต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (Cross Check) เมื่อข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์เปลี่ยนแปลง เช่นเปลี่ยนเบอร์หรือออกซิมการ์ดใหม่ ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทราบ เพื่อติดต่อและยืนยันความถูกต้องกับผู้ใช้บริการในทันที
หลังเปิดให้บริการพร้อมเพย์เดือนมกราคมที่ผ่านมาปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 4.3 ล้านรายการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเฉพาะปลายเดือนมีนาคม 1 แสนรายการ ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 27 ล้านบัญชี คาดว่าจะเพิ่มเป็น 30 ล้านบัญชีในปลายปี ส่วนพร้อมเพย์นิติบุคคล 2.85 หมื่นบัญชี
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาระบบร่วมกันคาดว่าหลังจากบันทึกข้อตกลงภายใน 3 เดือนจะสามารถแชร์ข้อมูลระหว่างธนาคารและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งเครื่องรุดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เครื่อง อีดีซี ว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่สถาบันการเงินทั้ง 2 กลุ่มที่เข้ามาประมูลได้ทยอยติดตั้งให้กับร้านค้าขนาดเล็กหรือเฉพาะรายย่อยไปแล้ว 6.5 หมื่นเครื่อง คาดว่าจะครบ 5.5 แสนเครื่องภายในมีนาคม 2561
เพื่อกระตุ้นการใช้คลังเปิดโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตนี้จะเริ่มแจกโชคในเดือนมิถุนายน 2560 เป็นเดือนแรก โดยจะใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมในเดือนพฤษภาคม 2560 และแจกต่อเนื่องทุกเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 84 ล้านบาท จะแจกให้ทั้งประชาชนและร้านค้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,258 วันที่ 4 - 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560











