

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสู่เกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ทางสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกนอ. (I-EA-T Sustainable Business : ISB) ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยการนำมาตรฐานสากลมาใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาให้เหมาะสมแก่อุตสาหกรรมไทย ยกระดับ ขีดความสามารถและภูมิคุ้มกันที่ดี ในการพัฒนาธุรกิจสร้างคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในปี 2566
ภายใต้กลยุทธ์ขยาย IMPACT โครงการฯ 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) เร่งการเข้าสู่มาตรฐาน พัฒนาผลสัมฤทธิ์ โดยทำงานกับนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมในบทบาท ISB Accelerator เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจเกณฑ์มาตรฐานผลสัมฤทธิ์ทางสังคมมากขึ้น 2) ส่งเสริมการเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี ในระดับประเทศและระดับสากลในบุคคลากรของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเพื่อนผู้ประกอบการ จากกิจกรรม Workshop , Coaching และ ISB Roadshow ต่อเนื่องตลอดโครงการ
3) รายงานข้อมูล ESG และผลสัมฤทธิ์ Impact จากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมไทยขึ้นทะเบียนขอรับรองสู่การเป็น ISB LIST โรงงานยั่งยืนของ กนอ. และ 4) เชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการ ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการเข้าถึง Global BCORP Network , การเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ด้วยการมีข้อมูลด้านความยั่งยืนเพื่อรายงาน (ESG Reporting) ส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ยั่งยืน
และที่สำคัญคือโอกาสในการได้รับรางวัล ISB Awards และเตรียมความพร้อมสู่การประกวดรางวัลในระดับอื่น ๆ เช่น รางวัล Prime Minister’s Award เป็นต้น
“โครงการ ISB เป็นการส่งเสริมมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน (หรือ CSR-DIW) ตลอดจนมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (หรือ Eco Factory) ด้วยการยกระดับเกณฑ์ปฏิบัติที่ดีตามกรอบความรับผิดชอบต่อสังคมของโรงงาน สู่การสะท้อนผลสัมฤทธิ์ (หรือ IMPACT) ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตและก้าวไปข้างหน้า ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล”นายวีริศ กล่าว
ด้านนางปนัดดา รุ่งเรืองศรี รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการ ISB ในปี 2566 เป็นการส่งเสริมความร่วมมือในระดับหน่วยงานภาคีสำคัญ ได้แก่ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ. และผู้พัฒนานิคมฯ ให้เป็นตัวแทน “ISB Accelerator” กว่า 30 นิคมอุตสาหกรรม เพื่อนำมาตรฐานดังกล่าวไปสู่ผู้ประกอบการ สะท้อนมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ และยกระดับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจเทียบเท่ามาตรฐานสากล “ISB Assessor” กว่า 50 ราย มีผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียนเป็นธุรกิจยั่งยืน (ISB Lists) กว่า 10 แห่ง
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายพันธมิตร “ISB Community” กว่า 11 ภาคีพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินกิจการที่ดีอีกด้วย
กนอ. มอบรางวัล ISB Award 2023 ให้แก่ผู้ประกอบการ 9 แห่ง ดังนี้
โครงการ ISB ปี 2566 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง “นิคม” และ “โรงงาน” เปรียบเสมือนรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและความเป็นกลางทางคาร์บอนตามเป้าหมายของรัฐบาล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง