

KEY
POINTS
บทความโดย : จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)
หลายคนอาจทราบอยู่แล้วว่า เงินที่ได้จากการจําหน่ายพันธบัตรรัฐบาลในแต่ละปี ถูกนําไปใช้ในการพัฒนาประเทศ และใช้บริหารงบประมาณแผ่นดินในหลากหลายมิติ แต่วันนี้ รัฐบาลไทย โดยสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง สามารถทําให้การออกจําหน่ายพันธบัตรกลายเป็น นวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และใช้อนุรักษณ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนในอนาคต
สถานการณ์การระดมทุนในโลกปัจจุบันพบว่า แหล่งเงินทุนระดับโลกต่างให้ความสําคัญกับการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ทั้งการลดโลกร้อน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการลงทุนในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นกระทรวงการคลัง โดย สบน. จึงได้นําการออกพันธบัตรรัฐบาลมายึดโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยเรามีนวัตกรรมทางการเงินในการระดมทุนมาพัฒนาประเทศมากขึ้น
เปรียบเสมือนรัฐบาลมาขอกู้เงินจากนักลงทุน ผ่านการออกพันธบัตรที่มีชื่อว่า พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน หรือ Sustainability-Linked Bond (SLB) เพื่อนําเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายและพัฒนาประเทศตามปกติ โดยมีข้อตกลงพิเศษเพิ่มเติมสองเรื่อง ได้แก่ 1:จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ และ 2:จะเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ หากดำเนินการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้รัฐบาลจะสามารถจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง แต่หากทําไม่ได้รัฐบาลก็ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ประเด็นเรื่องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แม้จะดูเป็นความเสี่ยง แต่ก่อนที่เราจะออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ประเทศไทยได้พิจารณามาอย่างรอบคอบ มีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี เป็นที่ปรึกษาช่วยให้คําแนะนํา ช่วยประเมินความพร้อมและจัดทำกรอบการระดมทุน โดยรายละเอียดของการออกพันธบัตร และเป้าหมายที่ตั้งได้รับการรับรองจากผู้สอบทานอิสระภายนอก (DNV) ว่ามีความท้าทายเพียงพอ และกรอบการระดมทุนเป็นไปตามมาตรฐานสากล
ที่สําคัญ การระดมทุนผ่านพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ช่วยให้ภาครัฐมีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินแผ่นดิน บริหารหนี้สาธารณะ เพราะไม่จำเป็นต้องนำเงินไปลงทุนที่โครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงเหมือนการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน หรือ Sustainability Bond อีกทั้ง ยังช่วยดึงดูดกองทุนระดับโลกที่มุ่งเน้นลงทุนด้านความยั่งยืนมากขึ้น เพราะการที่ไทยเราเป็นประเทศแรกที่ออกพันธบัตรนี้ในเอเชีย และเป็นประเทศที่สามของโลก ช่วยให้ไทยเป็นแหล่งน่าลงทุนเพื่อความยั่งยืนในภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไทยออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ยังช่วยสร้างบรรทัดฐานสร้าง Benchmark ให้ภาคเอกชนของไทย สามารถใช้พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนของรัฐบาลเป็น Pricing Benchmark ในการออกหุ้นกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนได้ ช่วยให้สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น
จากผลการสํารวจความต้องการลงทุน (Book Building) สําหรับการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ของรัฐบาลไทย รุ่นที่ 2 หรือ SLB425A เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักลงทุนที่หลากหลาย อาทิ สถาบันการเงิน กองทุนรวม และนักลงทุนต่างชาติ โดยมีคําเสนอซื้อรวม 42,064 ล้านบาท คิดเป็น 2.80 เท่าของวงเงินที่ประกาศเสนอขาย 15,000 ล้านบาท สบน. จึงเพิ่มวงเงินจัดสรรเป็น 25,000 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.86 ต่อปี และ สบน. ได้ดำเนินการออกพันธบัตรในวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน รุ่นที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและชั้นเชิงในการระดมทุนของประเทศไทย ท่ามกลางเทรนด์การลงทุนเพื่อความยั่งยืนในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยระดมทุนมาใช้ในการบริหารประเทศแล้ว ยังเป็นกลไกในการสนับสนุนการดําเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคการเงินและตลาดทุนในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง