
สบน.เร่งปรับโครงสร้างหนี้ รับพันธบัตรครบดีล 1.29 ล้านล้าน
สบน.เร่งปรับโครงสร้างหนี้ รับมือพันธบัตรรัฐบาลครบดีล 1.29 ล้านล้านบาท ผ่าน ‘Bond Switching-Pre Funding’ ยันไม่กระทบภาระงบประมาณรัฐ
KEY
POINTS
- พันธบัตรรัฐบาลจะครบกำหนดชำระหนี้มูลค่าสูงถึง 1.29 ล้านล้านบาทในปี 2572 ทำให้เกิดการกระจุกตัวของภาระหนี้
- สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้วางแผนปรับโครงสร้างหนี้ล่วงหน้าเพื่อกระจายภาระการชำระหนี้ออกไป
- สบน. ใช้เครื่องมือหลักคือ Bond Switching (การแลกเปลี่ยนพันธบัตร) และ Pre-Funding (การระดมทุนล่วงหน้า) ในการบริหารจัดการ
- การปรับโครงสร้างหนี้อาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยลดความเสี่ยงและยืนยันว่าไม่กระทบภาระงบประมาณของรัฐ
พันธบัตรครบดีลปี 72 สูงสุด 1.29 ล้านล้าน
ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ระบุว่า ตราสารหนี้ภาครัฐที่ทยอยครบกำหนดช่วงปี 2569-2572 มูลค่ารวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปี 2572 ซึ่งมียอดสูงสุดประมาณ 1.29 ล้านล้านบาท ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ตลาดต้องจับตาการบริหารหนี้และการออกตราสารใหม่เพื่อรองรับการครบกำหนดอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ปี 2569 จะเริ่มมีตราสารครบกำหนดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนรวม 214,972 ล้านบาท โดยรุ่นสำคัญคือพันธบัตรรัฐบาล LB26DA ครบกำหนดวันที่ 17 ธันวาคม มูลค่า 180,754 ล้านบาท ขณะที่ปี 2570 ยอดครบกำหนดเพิ่มเป็น 900,944 ล้านบาท มีพันธบัตรรัฐบาลรุ่นใหญ่ ได้แก่ LB273A มูลค่า 222,026 ล้านบาท, LB276A 271,770 ล้านบาท และ LB27NA 246,820 ล้านบาท
ปี 2571 มูลค่าครบกำหนดอยู่ที่ 924,599 ล้านบาท โดยมี LB286A มูลค่า 273,445 ล้านบาท และ LB284A 231,378 ล้านบาท รวมถึง ILB283A ซึ่งเป็นพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ มูลค่า 107,068 ล้านบาท
ปี 2572 ถือเป็นจุดพีก ด้วยยอดครบกำหนดรวม 1,292,598 ล้านบาท แบ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลรหัส LB ถึง 1.219 ล้านล้านบาท รุ่นสำคัญ ได้แก่ LB293A 243,582 ล้านบาท, LB294A 238,243 ล้านบาท, LB296A 223,252 ล้านบาท, LB29NA 237,337 ล้านบาท และ LB29DA 208,751 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีพันธบัตรออมทรัพย์และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (RBP) ครบกำหนดเพิ่มเติม
ใช้ Bond Switching–Pre Funding กระจายภาระ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป จะมีพันธบัตรรัฐบาลทยอยครบกำหนดชำระ โดยในปี 2572 จะมีพันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดและมีมูลค่าคงค้างรวมประมาณ 1.29 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ทยอยปรับโครงสร้างพันธบัตรรัฐบาลที่ใกล้ครบกำหนดตามแผนบริหารหนี้ เพื่อกระจายภาระการชำระหนี้และลดการกระจุกตัวของหนี้ในปีเดียว
แหล่งข่าวระบุว่า สบน.ใช้ทั้งการทำ Bond Switching และ Pre Funding ในการบริหารจัดการหนี้ โดยทยอยดำเนินการล่วงหน้าก่อนพันธบัตรครบกำหนด ส่งผลให้เมื่อถึงกำหนดชำระจริง มูลค่าพันธบัตรรัฐบาลที่จะครบกำหนดจะเหลือไม่เกินประมาณ 50,000 ล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ 2570 สบน.มีแผนปรับโครงสร้างพันธบัตรรัฐบาลที่จะครบกำหนดผ่านวิธี Bond Switching ประมาณ 180,000 ล้านบาท และทำ Pre Funding อีกประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาท เพื่อทยอยกระจายอายุพันธบัตรออกไป และไม่ให้ภาระการชำระหนี้ไปกระจุกตัวอยู่ในปีใดปีหนึ่ง
รับต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มเล็กน้อย 1.3%
แหล่งข่าวกล่าวว่า การปรับโครงสร้างพันธบัตรรัฐบาลอาจทำให้ต้นทุนภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นการยืดอายุหนี้ออกไป ขณะที่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยประเมินต้นทุนอัตราดอกเบี้ยสำหรับพันธบัตรระยะสั้นอายุ 2 ปี อยู่ที่ประมาณ 1.3% และพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.3%
ทั้งนี้ จากการติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่ายังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการระดมทุนระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาจากอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ซึ่งเคลื่อนไหวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Yield)
“ส่วนใหญ่การปรับโครงสร้างพันธบัตรรัฐบาล สบน.จะใช้วิธีการปรับโครงสร้างหนี้ระยะสั้น 3-5 ปี ซึ่งต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 1.3% ถือว่าต่ำมาก และหากเทียบกับก่อนหน้านี้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ระดับสูงกว่า 1% ต้นทุนการออกพันธบัตรรัฐบาลนั้นสูงกว่านี้”
พันธบัตรเครื่องมือระดมทุนหลัก
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การระดมทุนของภาครัฐผ่านเครื่องมือพันธบัตรรัฐบาลยังถือเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการหนี้ โดยมีการระดมทุนเฉลี่ยประมาณปีละ 1 ล้านล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ 2569 การระดมทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2570 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านล้านบาท ส่วนงบประมาณสำหรับชำระดอกเบี้ย สบน.ได้รับการจัดสรรตามจริง เฉลี่ยประมาณปีละ 2 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการชำระดอกเบี้ยของหนี้ทุกประเภท
สบน. ยันไม่กระทบภาระงบประมาณรัฐ
นายพลช หุตะเจริญ ที่ปรึกษาตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.มีการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อรองรับการครบกำหนดของพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยการครบกำหนดของพันธบัตรรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าจะต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อชำระคืนทั้งหมดในปีที่ครบกำหนด เนื่องจาก สบน.มีการบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้ล่วงหน้า
ทั้งนี้ เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ Bond Switching ซึ่งสามารถดำเนินการล่วงหน้าก่อนพันธบัตรครบกำหนดได้ประมาณ 3 ปี ขณะที่ Pre Funding สามารถดำเนินการก่อนหนี้ครบกำหนดภายใน 1 ปี
สำหรับการทำ Pre Funding สบน.จะระดมทุนล่วงหน้าก่อนวันที่หนี้เดิมครบกำหนด จากนั้นนำเงินที่ระดมทุนได้ไปลงทุนระหว่างช่วงเวลาตั้งแต่วันที่กู้เงินจนถึงวันที่พันธบัตรเดิมครบกำหนด เพื่อเตรียมเงินไว้สำหรับชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด
“การดำเนินการดังกล่าวทำให้ สบน.สามารถทยอยบริหารจัดการพันธบัตรที่จะครบกำหนดล่วงหน้า กระจายภาระการระดมทุนและการชำระหนี้ออกไปตามช่วงเวลา ลดความเสี่ยงจากการที่พันธบัตรรัฐบาลจำนวนมากครบกำหนดในปีเดียวกัน และช่วยให้การบริหารต้นทุนการกู้เงินของภาครัฐเป็นไปอย่างต่อเนื่อง”
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,237 วันที่ 20 - 23 กันยายน พ.ศ. 2569






