

KEY
POINTS
สถานการณ์พลังงานโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จากการปรับตัวพุ่งสูงขึ้นของราคาพลังงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 80% อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ขยายวงกว้างลุกลามทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ล่าสุดท่อส่งนํ้ามัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการเลี่ยงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องหยุดเดินระบบลงหลังจากถูกโจมตีโดยกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์เชิงโครงสร้างพื้นฐานซํ้าเติมสถานการณ์อุปทานให้เปราะบางยิ่งขึ้น จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อราคานํ้ามันดิบ เวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนตุลาคมให้ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 101.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคานํ้ามันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนปรับเพิ่มขึ้นปิดเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงราคานํ้ามันดีเซลในตลาดโลก วันที่ 16 กันยายน 2569 ปรับขึ้นไปที่ระดับ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และนํ้ามันเบนซินที่ระดับ 151.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
คณะกรรมการบริหารกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (กบน.) สะท้อนว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคานํ้ามันตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงว่า มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการยิงโจมตีเรือบรรทุกนํ้ามันในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญในแถบตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและทรงตัวในระดับวิกฤต ประกอบกับการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อยุติความขัดแย้งเกิดการหยุดชะงักลง ส่งผลกดดันให้กำลังการผลิตนํ้ามันดิบสะสมทั่วโลกและในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียต้องสูญหายไปจากระบบหลายล้านบาร์เรลต่อวัน
เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้สต็อคนํ้ามันสำรองทางยุทธศาสตร์ทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนัก ซํ้าเติมด้วยปัญหาคอขวดในฝั่งอุตสาหกรรมโรงกลั่นที่ไม่สามารถเพิ่มกำลังการกลั่นได้ทันตามความต้องการ จนดันให้ค่าการกลั่นในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยค่าการกลั่นของไทยระหว่างวันที่ 1-17 กันยายน 2569 เฉลี่ยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6.69 บาทต่อลิตร
สำนักงานกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (สกนช.) รายงานว่า กองทุนนํ้ามันฯกำลังแบกภาระในการชดเชยราคานํ้ามันอย่างหนัก จากเงินไหลออกวันละประมาณ 770 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 ต้องชดเชยในส่วนของนํ้ามันดีเซล อยู่ที่ 9.22 บาทต่อลิตร นํ้ามันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ที่ 12.76 บาทต่อลิตร นํ้ามันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชยอยู่ที่ 4.74 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชยอยู่ที่ 7.79 บาทต่อลิตร รวมถึงการชดเชยก๊าซหุงต้ม (LPG) อีก 9.18 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ราคานํ้ามันในตลาดโลกยังทรงตัว และกองทุนนํ้ามันฯ ยังต้องชดเชยอยู่ในระดับนี้ หากไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้ากองทุนนํ้ามันฯ หรือปรับขึ้นราคาขายปลีก เพื่อลดการชดเชยต่อเนื่องไปอีกราว 1 เดือน จะส่งผลให้ฐานะกองทุนนํ้ามันฯ ติดลบหนักทะลุเกิน 100,000 ล้านบาท อย่างแน่นอน
สะท้อนจาก ณ วันที่ 13 กันยายน 2569 โครงสร้างทางการเงินของกองทุนนํ้ามันฯ ตกอยู่ในขั้นวิกฤต โดยมีสินทรัพย์รวมเพียง 46,702 ล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินฝากธนาคารจำนวน 1,505 ล้านบาท เงินฝากที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จำนวน 18,500 ล้านบาท (รวมเงินกู้ 10,000 ล้านบาท) เงินโอนให้บัญชี LPG จำนวน 25,183 ล้านบาท และลูกหนี้รายได้ค้างรับจากผู้ประกอบการและโรงกลั่นรวมอีกประมาณ 1,514 ล้านบาท
ในขณะที่ฝั่งหนี้สินของกองทุนนํ้ามันฯ กลับพุ่งสูงขึ้นไปถึง 133,774 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะกองทุนนํ้ามันฯติดลบถึง 87,072 ล้านบาท เป็นบัญชีนํ้ามันติดลบอยู่ที่ 47,176 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบอยู่ที่ 39,896 ล้านบาท โดยภาระหนี้สินส่วนใหญ่ของกองทุนนํ้ามันฯ เกิดจากภาระเจ้าหนี้เงินชดเชยราคานํ้ามันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ที่กองทุนนํ้ามันฯ ค้างจ่ายแก่ผู้ค้านํ้ามันสูงถึง 59,785 ล้านบาท ร่วมกับเจ้าหนี้เงินชดเชยราคาก๊าซ LPG อีกจำนวน 10,018 ล้านบาท
นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังมีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินสถาบันการเงินเพื่อมาพยุงสภาพคล่องสะสมอยู่อีกรวม 38,748 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เงินกู้ในบัญชีนํ้ามัน 22,563 ล้านบาท หนี้เงินกู้ในบัญชี LPG 6,185 ล้านบาท และเงินกู้ยืมเพิ่มเติมอีก 10,000 ล้านบาท
สกนช.สะท้อนว่า จะยังเฝ้าจับตาความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลกต่อไป เพื่อจะรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกในประเทศ ไม่ให้มีผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และภาวะเศรษฐกิจของประเทศมากนักซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการการเงินด้วยการกู้เงินเพิ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกตามแผน โดยก่อนหน้านี้ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษษยน 2569 อนุมัติให้ สกนช.กู้เงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยกู้มาแล้ว 1 หมื่นล้านบาท และเหลือวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น การจะกู้เงินรอบใหม่จะต้องรอสัญญาณและนโยบายจากรัฐบาล เนื่องจากการลดการอุดหนุนจากกองทุนนํ้ามันฯ จะกระทบค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น ซึ่งกำลังศึกษาเพื่อหาแนวทางและมาตรการอื่นมาเยียวยาประชาชนควบคู่กัน
ส่วนข้อกังวลที่ว่า จะมีการยกเลิกการชดเชยราคานํ้ามันเชื้อเพลิงชีวภาพ ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 55 ของ พ.ร.บ. กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562ที่สิ้นสุดในวันที่ 24 กันยายน 2569 นั้น กระทรวงพลังงานจะมีการนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาให้กองทุนนํ้ามันฯ ทำหน้าที่เป็นกลไกในการรักษาเสถียรภาพราคานํ้ามันในย่ามวิกฤตพลังงานต่อไปได้ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมตรีเห็นชอบในวันที่ 22 กันยายน เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติการอุดหนุนราคานํ้ามันเชื้อเพลิงชีวภาพต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง