
กองทุนน้ำมัน จ่อติดลบ 1 แสนล้าน สกนช.กางแผน Exit ลดอุดหนุน-ลุ้นราคาดีเซลพุ่ง
เปิดแผน กองทุนน้ำมัน รับวิกฤติ เงินติดลบจ่อแตะ 1 แสนล้าน เตรียมทยอยลดอุดหนุน หลังแบกรับวันละ 770 ล้านบาท พร้อมเร่งล็อก Spot LNG ดันไฟสะอาดลดต้นทุน
KEY
POINTS
- ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีความเสี่ยงที่จะติดลบสูงถึง 1 แสนล้านบาทในเดือนตุลาคม จากภาระการอุดหนุนราคาน้ำมันที่สูงถึงวันละ 770 ล้านบาท
- สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้เตรียมแผนรองรับวิกฤติ (Exit Plan) โดยจะทยอยลดระดับการอุดหนุนราคาพลังงานลง
- มาตรการลดการอุดหนุนดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนฯ
สถานการณ์ราคาพลังงานยังคงน่ากังวล หลังจากที่สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางซับซ้อนขึ้น แม้ล่าสุดราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (16 ก.ย.) หลังจากมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเสนอที่จะจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมผ่านทางโอมาน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันในตะวันออกกลาง
แต่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ยังปิดที่ 102.43 เหรียญ/บาร์เรล เช่นเดียวกับสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย.ซึ่งปิดที่ 105.83 เหรียญ/บาร์เรล
ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69
เตรียมแผนรับมือราคาพลังงาน
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานติดตามและเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ราคาพลังงาน โดยเฝ้าระวังปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ใกล้ชิดหลังพบสัญญาณความตึงเครียดและการปะทะในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมารุนแรงขึ้นกระทบราคาพลังงานโลก และต้องมีมาตรการรองรับเพื่อลดผลกระทบประชาชน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกสูงขึ้นรวดเร็วช่วงไม่กี่วัน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดจร (Spot LNG) สูงขึ้นมาก
นอกจากนี้ แนวโน้มพลังงานไทยรวมถึงเอเชีย ยุโรปและอเมริกา ต่างต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานทำให้ความผันผวนราคาพลังงานโลกเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
สำหรับการป้องกันไม่ให้ราคา Spot LNG ที่สูงขึ้นกระทบต้นทุนผลิตไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าประชาชน กระทรวงพลังงานกำหนดแนวทางและมาตรการรับมือในฝั่งภาคไฟฟ้า ประกอบด้วย
- เน้นการบริหารสัญญา LNG ระยะยาว เร่งจัดหาและใช้ประโยชน์จากสัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาว ซึ่งมีโครงสร้างราคาที่เสถียรและไม่สูงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับราคาในตลาดจรที่มีความผันผวนสูง
- รับซื้อพลังงานสะอาดส่วนเพิ่มเข้าสู่ระบบ พิจารณาใช้มาตรการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากพลังงานสะอาดเข้ามาเสริมในระบบไฟฟ้า เพื่อลดปริมาณการนำเข้า Spot LNG ที่มีราคาแพง
ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สนพ.และกระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทรกแซงและรักษาเสถียรภาพ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสูงถึง 80,000 ล้านบาท
บริหารจัดการไม่ให้กองทุนน้ำมันฯติดลบแสนล้าน
อย่างไรก็ดี สนพ.พยายามบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ติดลบถึง 100,000 ล้านบาท แต่หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นไม่หยุดอาจต้องขยับปรับราคาขายปลีกในประเทศบางส่วนเพื่อส่งสัญญาณตลาดและป้องกันไม่ให้กองทุนน้ำมันฯ ประสบภาวะวิกฤติจนบริหารจัดการไม่ได้
รวมถึงส่งเสริมการใช้ไบโอฟิวเอล (Biofuel) โดยกองทุนน้ำมันฯ สนับสนุนใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่มีราคาแพง
กองทุนน้ำมันฯชดเชยวันละ 770 ล้าน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังสูงต่ออีกระยะ โดยล่าสุดราคาดีเซลปิดตลาดเกิน 195 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่ง สกนช.คาดว่าปลายปี 2569 ราคาน้ำมันตลาดโลกยังเกาะกลุ่ม 180-190 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังทำหน้าที่พยุงราคาไม่ให้สูงเร็วเกินไปจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทำให้กองทุนฯ มีภาระรายจ่ายในการชดเชยราคาน้ำมันมหาศาล 770 ล้านบาทต่อวัน หรือ 23,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยเป็นภาระชดเชยน้ำมันวันละ 700 กว่าล้านบาท และก๊าซหุงต้ม (LPG) วันละ 10 กว่าล้านบาท
งัดแผน Exit ลดการอุดหนุน
สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด ติดลบเกิน 80,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นอาจถึงระดับ 100,000 ล้านบาทในเดือน ต.ค.2569 ซึ่งหากฐานะกองทุนฯ ติดลบ 1 แสนล้านบาท สกนช.เตรียมหาแนวทางตามแผนรองรับวิกฤติแล้ว โดยเฉพาะการปรับอัตราการชดเชยหรือมาตรการ Exit เป็นการทยอยลดระดับการอุดหนุน
โดยจะดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงเกินไปจากเดิมเคยตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตร แต่ราคาขึ้นมาแตะ 40 บาทต่อลิตร และอาจต้องเพิ่มขึ้นอีกตามสถานการณ์ ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประชุมร่วมกันทุกวันช่วงเย็นนับตั้งแต่เกิดสงครามเพื่อติดตามสถานการณ์
นอกจากนี้ สกนช.จะพิจารณามาตรการการเงินด้วยการกู้เงินเพิ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกตามแผน โดยก่อนหน้านี้ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 อนุมัติให้ สกนช.กู้เงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยกู้มาแล้ว 1 หมื่นล้านบาท และเหลือวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น การจะกู้เงินรอบใหม่จะต้องรอสัญญาณและนโยบายจากรัฐบาล เนื่องจากการลดการอุดหนุนจะกระทบค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น รัฐบาลต้องมีส่วนร่วมช่วยเหลือบางส่วน ซึ่งกำลังศึกษาเพื่อหาแนวทางและมาตรการอื่นมาเยียวยาประชาชนควบคู่กัน
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า มาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 จะสิ้นสุดวันที่ 24 ก.ย.2569 จะทำให้เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุนเปลี่ยนไป โดยกองทุนฯ จ่ายเงินอุดหนุนในสภาวะปกติเหมือนอดีตไม่ได้ แต่จะเข้าไปช่วยเหลือได้เฉพาะเกิดวิกฤติ
น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นน้ำมันตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ซึ่งกองทุนฯ อุดหนุนได้เมื่อเกิดวิกฤติ แม้ว่าการนำเชื้อเพลิงชีวภาพมาผสมจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ข้อดีช่วยลดพึ่งการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ช่วยให้เงินไม่ไหลออกนอกประเทศ โดย สกนช.หาแนวทางลดต้นทุนควบคู่การดูแลคุณภาพและสนับสนุนรายได้เกษตรกร
ราคาน้ำมันไทยไม่แพงเกินอาเซียน
ส่วนก๊าซหุงต้ม (LPG) ปัจจุบันกองทุนฯ บริหารจัดการโดยแยกบัญชีออกจากน้ำมันชัดเจนเป็นกองทุน 1 และกองทุน 2 เพื่อแยกส่วนต้นทุนและการขายออกจากกัน โดย LPG ทุกภาคส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และภาคครัวเรือนยังรวมบัญชีกัน
สาเหตุที่ราคา LPG สูงขึ้นช่วงนี้เกิดจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่ในภาวะราคาปกติผลต่างระหว่างกองทุน 1 และกองทุน 2 มีสถานะเป็นบวกหรือสร้างรายได้เข้ากองทุน ซึ่งปัจจุบันยังตรึงราคา LPG ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เป็นระดับที่บริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม ระดับราคาน้ำมันในประเทศเมื่อเทียบกลุ่มประเทศในอาเซียนพบว่าไทยไม่มีราคาสูงเกินไป โดยราคาดีเซลอยู่อันดับ 3-4 ในภูมิภาค แม้แพงกว่ามาเลเซียเล็กน้อยไม่ถึง 1 บาทต่อลิตร แต่ไทยไม่สูงกว่าประเทศส่วนใหญ่ โดยแพงกว่าบรูไนที่มีแหล่งน้ำมันและสลับขึ้นลงกับเวียดนามและมาเลเซีย







