
‘เอกนิติ‘ เปิดทางลดภาษี ’E20-B20‘ พยุงราคาน้ำมัน ช่วยเกษตรกร
‘เอกนิติ‘ ชี้ลดภาษีน้ำมันทั้งระบบเสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤต ย้ำพื้นที่การคลังเหลือเพียง 1 หมื่นล้านบาท เปิดทางลดภาษี ’E20-B20‘ พยุงราคาน้ำมัน ช่วยเกษตรกร
KEY
POINTS
- รัฐบาลพิจารณามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นทางเลือกเพื่อพยุงราคา โดยอาจมุ่งเป้าไปที่น้ำมัน E20 และ B20 เป็นการเฉพาะเจาะจง
- การลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงาน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
- กระทรวงการคลังแสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากมีพื้นที่ทางการคลังเหลืออยู่อย่างจำกัด ซึ่งต้องพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ
จากกรณีที่มีข้อเสนอให้นำวงเงินกู้ส่วนที่เหลือจากมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางมาใช้ดูแลราคาน้ำมัน ผ่านการลดภาษีสรรพสามิตนั้น
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลมีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการราคาพลังงานหลายรูปแบบ โดยต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับเครื่องมือหลักในการดูแลราคาพลังงานมี 3 ส่วน ได้แก่ การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความร่วมมือจากโรงกลั่นให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยบรรเทาราคาขายปลีก และการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหากสถานการณ์มีความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้เลือกใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิต เนื่องจากการลดภาษีจะทำให้รายได้ของภาครัฐหายไปทันที ขณะที่ภาระรายจ่ายของรัฐบาลไม่ได้ลดลงตาม ส่งผลให้ในท้ายที่สุดรัฐบาลอาจต้องกลับไปกู้เงินเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป จึงจำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบต่อฐานะการคลังควบคู่กัน
เล็งใช้ E20-B20 หากจำเป็นต้องลดภาษี
นายเอกนิติ กล่าวว่า หากสถานการณ์ถึงจุดที่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษี รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยอาจเลือกดำเนินการกับน้ำมันบางประเภท เช่น E20 และ B20 ซึ่งมีสัดส่วนเอทานอลและไบโอดีเซลในระดับสูง
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้มาตรการไม่ได้มุ่งเพียงการลดราคาน้ำมันให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงภาคเกษตรและรายได้ของเกษตรกรไทยได้ด้วย
ทั้งนี้ เอทานอลที่ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมัน E20 มีวัตถุดิบสำคัญมาจากอ้อยและมันสำปะหลัง ขณะที่ไบโอดีเซลมีความเชื่อมโยงกับน้ำมันปาล์ม ดังนั้น หากเลือกใช้มาตรการลดภาษีกับน้ำมันกลุ่มดังกล่าว จะช่วยส่งผ่านประโยชน์จากมาตรการด้านพลังงานไปยังภาคเกษตรอีกทางหนึ่ง
คลังห่วงพื้นที่การคลัง เหลือเพียง 1 หมื่นล้าน
นายเอกนิติ ย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดภาระค่าครองชีพจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากพื้นที่ทางการคลัง ที่ยังเหลืออยู่มีจำกัด ประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท
“หากออกมาตรการลดรายได้ของรัฐโดยไม่ได้ประเมินภาระอย่างรอบด้าน อาจทำให้ปัญหาด้านพลังงานลุกลามไปสู่ปัญหาฐานะการคลัง และกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตได้” นายเอกนิติกล่าว
สำหรับปีงบประมาณถัดไป รัฐบาลจะประเมินพื้นที่ทางการคลังอีกครั้ง ก่อนพิจารณาว่าสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้มากน้อยเพียงใด โดยจะต้องพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการและผลกระทบต่อฐานะการคลังในภาพรวม






