thansettakij
thansettakij
ดร.พงษ์ชัย ชูเอทานอล หนุนเกษตรกร 4 ล้านคน ลดนำเข้าพลังงาน-ปุ๋ย

ดร.พงษ์ชัย ชูเอทานอล หนุนเกษตรกร 4 ล้านคน ลดนำเข้าพลังงาน-ปุ๋ย

25 มิ.ย. 69 | 07:37 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 07:53 น.

ดร.พงษ์ชัย แนะรัฐหนุนอุตสาหกรรมเอทานอล เพิ่มรายได้แก่เกษตรกร พร้อมลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ

KEY

POINTS

  • ดร.พงษ์ชัยเสนอให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมเอทานอลจากพืชพลังงาน เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ
  • การส่งเสริมเอทานอลจะช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังกว่า 4 ล้านคนโดยตรง
  • ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร
  • สร้างประโยชน์ในวงกว้างผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมชีวภาพอื่นๆ เช่น ไฟฟ้าชีวมวลและปุ๋ยอินทรีย์

งานเสวนา ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อย่อย "โอกาสและความท้าทายของเอทานอล ทางรอดของประเทศไทย"  

ผศ.ดร.พงษ์ชัย ได้สะท้อนภาพกว้างที่เชื่อมโยงระหว่างต้นทุนโลจิสติกส์ พลังงาน และเศรษฐกิจฐานราก โดยระบุว่า ปัจจุบันไทยมีต้นทุนโลจิสติกส์สูงถึง 13.5% ของ GDP โดยกว่า 1.2 ล้านล้านบาทมาจากภาคขนส่งถนนที่มีสัดส่วนถึง 80% ในขณะที่ไทยกำลังเห่อกระแส EV แต่ความจริงคือไทยเสียดุลการค้าจากการนำเข้ารถ EV ทั้งคัน และชิ้นส่วนสูงถึง 8 หมื่นล้านบาท โดยมี Local Content เพียง 40% เท่านั้น

งานเสวนา ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ”

ทั้งนี้มองว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมเอทานอลและพลังงานชีวภาพจากวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กระจายตัวในวงกว้างมากกว่า เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงไปสู่การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ไฟฟ้าชีวมวล ปุ๋ยอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่น ๆ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและโมเดล BCG

"เราควรหันกลับมามองจุดแข็งของตัวเองนั่นก็คือ "พืชพลังงาน" ที่เป็น Renewable Energy โดยเฉพาะเรื่อง 'ดิน' ไทยไม่มีพลังงานใต้ดินมหาศาลเหมือนประเทศอื่น แต่มีพลังงาน 'บนดิน' ที่รีนิวเอเบิล Renewable ได้ตลอดเวลา ซึ่งพืชพลังงานคือจุดแข็งของ BCG ที่อยู่ในสายเลือดของไทย"

 

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

พลังงานหมุนเวียน กุญแจสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero และความยั่งยืน

ผศ.ดร.พงษ์ชัย กล่าวว่า เอทานอล มีประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกรกว่า 1 ล้านครัวเรือน โดยแบ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกว่า 400,000 ครัวเรือน และเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอีกกว่า 600,000 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 4 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก 20 ล้านไร่ หากส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ เกษตรกรจะมีรายได้สูงขึ้นจนไม่ต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐ 

นอกจากนี้การใช้วัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ เสริมความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว ขณะเดียวกันยังสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

"ถ้าเรายิงกระสุนหนึ่งนัดได้นกตัวเดียว เราก็มีนโยบายพลังงานแบบเดิม แต่ถ้าอยากยิงนัดเดียวได้นกหลายตัว ต้องไปที่เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งตัวเอทานอล ตัวคูณมันมหาศาล เพราะคูณทั้งเรื่องอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การวิจัยพัฒนา และที่สำคัญที่สุดคือปากท้องของเกษตรกร "

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล กล่าวในงาน เสวนา ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ”

ไทยต้องใช้พลังงานมาเป็นโอกาส

ผศ.ดร.พงษ์ชัย ฝากเพิ่มเติมไปถึงรัฐบาล โดยระบุว่า พลังงาน เมื่อเกิดวิกฤตจะกระทบทุกหัวระแหง ดังนั้นไทยต้องเอาพลังงานมาเป็นโอกาส และเอทานอลคือสิ่งที่บิงโก เกษตรกรได้ประโยชน์ และไทยจะชนะอีกเยอะเลย ยกตัวอย่างบราซิลที่ชนะคนอื่นเพราะเขาสนับสนุนตรงนี้ต่อเนื่องเรื่อยๆ