thansettakij
thansettakij
BAFS ปักหมุด BPT ผู้นำคาร์บอนเครดิต จากขนส่งนํ้ามันทางท่อ ขายภาคการบินรายแรกของโลก

BAFS ปักหมุด BPT ผู้นำคาร์บอนเครดิต ขนส่งนํ้ามันทางท่อ ขายสายการบินรายแรกของโลก

25 มิ.ย. 69 | 01:25 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 02:54 น.

BAFS ปักหมุด BPT ผู้นำคาร์บอนเครดิต ภาคการบินรายแรกของโลก จากการเปลี่ยนโหมดขนส่ง จากรถบรรทุก มาเป็นระบบท่อส่งนํ้ามัน เพื่อนำไปใช้ในโครงการ CORSIA เตรียมเสนอขายสายการบินในปีนี้

KEY

POINTS

  • BPT (ในเครือ BAFS) เป็นรายแรกของโลกที่ขายคาร์บอนเครดิตจากการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งน้ำมันจากรถบรรทุกเป็นระบบท่อให้กับสายการบิน
  • คาร์บอนเครดิตนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (VCS) เพื่อใช้ในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับสายการบินระหว่างประเทศ (CORSIA) ของ ICAO
  • โครงการท่อส่งน้ำมันสายเหนือเป็นที่มาของคาร์บอนเครดิต ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ และสร้างเครดิตสะสมแล้วประมาณ 144,000 ตัน

บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) ปักหมุดผู้นำคาร์บอนเครดิต ภาคการบินรายแรกของโลก จากการเปลี่ยนโหมดขนส่ง (Methodology:Mode Shift) จากรถบรรทุก มาเป็นระบบท่อส่งนํ้ามัน เพื่อนำไปใช้ในโครงการ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ของ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO) ซึ่งกำหนดให้สายการบินต้องชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เกินจากปีฐาน

ท่อส่งนํ้ามันสายเหนือต้นแบบเปลี่ยนโหมดขนส่ง 

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการท่อขนส่งนํ้ามันเกิดขึ้นจากปัญหาในอดีตที่คลังนํ้ามันอากาศยาน ณ สนามบินดอนเมือง ยังไม่มีระบบรับนํ้ามันทางท่อ ทำให้ต้องใช้รถบรรทุกขนส่งนํ้ามันจำนวนมาก

ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ ที่หางแถวรถบรรทุกนํ้ามันอาจยาวไปถึงดินแดง รัฐบาลในขณะนั้นจึงมองถึงการลงทุนระบบขนส่งนํ้ามันทางท่อตามแบบประเทศที่พัฒนาแล้วโดยมอบหมายให้ BAFS เป็นแกนนำหลัก 

เริ่มแรกโครงการถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งนํ้ามันเจ็ท (Jet A-1) เพียงอย่างเดียว แต่ผลการศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่าในทางธุรกิจ จึงมีการขยายให้ครอบคลุมการขนส่งนํ้ามันภาคพื้นดิน ทั้งดีเซลและเบนซิน โดยลากเส้นทางไปยังบางปะอิน 

ต่อมาในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีนโยบายขยายท่อส่งนํ้ามันไปยังภูมิภาค ภาคเหนือจึงได้รับเลือกเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เนื่องจากมีความต้องการใช้นํ้ามันดีเซลในภาคการเกษตรสูงและสามารถแข่งขันกับรถบรรทุกได้

โครงการท่อขนส่งนํ้ามันภาคเหนือของ BPT จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ เพิ่มความมั่นคงในการกระจายเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการขนส่งทางรถบรรทุก และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคเหนือ

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS

โดยให้บริการขนส่งนํ้ามันผ่านท่อที่สามารถขนส่งนํ้ามันหลายชนิดในท่อเดียวกัน (Multi-Products) รายแรกของไทย ควบคุมการขนส่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีจุดรับนํ้ามันเข้าระบบท่อ ผ่านระบบท่อขนส่งนํ้ามันไปยังคลังนํ้ามันต่างๆ โดยส่งนํ้ามันอากาศยาน (Jet A-1) ไปยังคลังนํ้ามันดอนเมือง และคลังนํ้ามันสุวรรณภูมิ และส่งนํ้ามันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะภาคพื้นดินไปยังคลังนํ้ามันบางปะอิน

เริ่มโครงการแรก ขนส่งนํ้ามันผ่านระบบท่อไปภาคเหนือ ระยะที่ 1 จากบางปะอิน - พิจิตร ระยะทาง 367 กิโลเมตร และต่อมา โครงการขนส่งนํ้ามันผ่านระบบท่อไปภาคเหนือ ระยะที่ 2 ช่วงกำแพงเพชร - ลำปาง ระยะทาง 209 กิโลเมตร

ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงทุนในโครงการส่วนต่อขยายระยะที่ 3 จากอ่างทอง - สระบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในต้นปี 2570 เพื่อเชื่อมโยงท่อจากโรงกลั่นฝั่งตะวันออกขึ้นสู่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มปริมาณการขนส่งนํ้ามันอีก 1,200 ล้านลิตรต่อปี และสร้างคาร์บอนเครดิตเพิ่มเติมในอนาคต เพิ่มจากปัจจุบัน BPT มีคาร์บอนเครดิตสะสม จากโครงการท่อส่งนํ้ามันสายเหนือรวมแล้วประมาณ 144,000 ตัน (ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจริง ทั้งโครงการสะสมถึงปัจจุบัน)

ความโดดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือ “มิติด้านสิ่งแวดล้อม” BPT ค้นพบว่าการเปลี่ยนโหมดการขนส่งนํ้ามันจากรถบรรทุกมาเป็นระบบท่อสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากระบบท่อใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งประหยัดพลังงานกว่าการใช้รถบรรทุกที่ใช้นํ้ามันดีเซลในบางช่วงเวลาได้กว่าครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ยังช่วยลดการระเหยของนํ้ามัน (Evaporation Loss) ที่ปกติจะหายไปอย่างน้อย 1% ในการขนส่งทางรถบรรทุก ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการคลังนํ้ามันให้กับบริษัทนํ้ามันที่เป็นลูกค้า ลดปัญหาการจราจร และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ จากการลดจำนวนรถบรรทุกนํ้ามันที่มักเกิดอุบัติเหตุพลิกควํ่า ส่งผลให้โครงการสามารถสร้างผลประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

การเก็บคาร์บอนเครดิต รับรองโดยมาตรฐานโลก

การเก็บคาร์บอนเครดิต จากการเปลี่ยนโหมดการขนส่งที่เกิดขึ้นของ BPT ในช่วงแรกมองว่าเป็น Benefit ที่ทำให้คุ้มกับการลงทุนมากขึ้น สามารถนำมาคำนวณเรื่องการลดมลพิษได้ โดยเราเริ่มศึกษาการเก็บคาร์บอน ซึ่งในตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานไหนรับรอง methodology การเก็บคาร์บอนเครดิตจากกระบวนการนี้ เลยมุ่งไปที่ต่างประเทศ โดยเลือกใช้มาตรฐาน VCS (Verified Carbon Standard) ของ Verra ซึ่งเป็นมาตรฐานคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

แม้จะมีต้นทุนการดำเนินการที่สูงกว่ามาตรฐาน T-VER ในประเทศ แต่เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักคือสายการบินระหว่างประเทศ BPT จึงจำเป็นต้องใช้เครดิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ ICAO และมีความสำคัญยิ่งขึ้นในปัจจุบันจากการที่ ICAO อนุมัติให้ใช้ใน CORSIA ได้

คาร์บอนเครดิต จากขนส่งนํ้ามันทางท่อ ขายภาคการบินรายแรกของโลก

 

โครงการนี้นับว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ “ครั้งแรก” ที่สำคัญในหลายมิติ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น

1. ครั้งแรกของโลก ที่โครงการนี้ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตโดยใช้ วิธีการเปลี่ยนโหมดการขนส่ง จากรถบรรทุกมาเป็นระบบท่อส่งนํ้ามัน เพื่อนำไปใช้ในโครงการ CORSIA ของ ICAO ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนในโลกเคยทำมาก่อน 

2. ครั้งแรกที่มีการขายคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นในไทย โดยวิธีการเปลี่ยนโหมดการขนส่ง เพื่อนำไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโครงการ CORSIA ของอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ  

3.ครั้งแรกในประเทศไทย (ด้านกระบวนการรัฐ) ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ดำเนินการภายใต้ กระบวนการใหม่ของไทย โดยได้รับเอกสาร LOA (Letter of Authorization) จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยให้การอนุมัติขายเครดิตไปต่างประเทศทำได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีเหมือนในอดีต และทำให้รับรองว่าเครดิตนั้นไม่มีการนำไปนับซํ้ากับเป้าหมายแผนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

4.ครั้งแรกของบริษัท ที่ในปีนี้จะเป็นปีแรกที่ BPT จะเริ่มขายคาร์บอนเครดิต ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (VCS) ให้กับสายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเป็นทางการ 

เทรนด์ชดเชยคาร์บอน มีบทบาทเพิ่มขึ้นในปี 2570

สำหรับแนวโน้มตลาดคาร์บอนเครดิตโลกในธุรกิจการบินระหว่างประเทศ กำลังเปลี่ยนจาก “ภาคสมัครใจ” (Voluntary) ไปสู่ “ภาคบังคับ” (Mandatory) โดยเฉพาะในปี 2570 (2027) ที่กลไก CORSIA จะเข้าสู่ระยะบังคับ ซึ่งจะทำให้ราคาคาร์บอนเครดิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

เนื่องจากสายการบินทั่วโลกต้องแย่งชิงเครดิตที่มีจำนวนจำกัด การขยายตัวของ CORSIA จะเพิ่มความต้องการคาร์บอนเครดิต ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างมีนัยสำคัญ

ประกอบกับ  Net Zero กลายเป็นวาระของโลก  องค์กรจำนวนมากกำหนดเป้าหมาย Net Zero ความต้องการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงมาช่วยชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ และตลาดกำลังเปลี่ยนจากการซื้อเครดิตราคาถูก ไปสู่การเลือกซื้อเครดิตที่มีความน่าเชื่อถือ มีการตรวจสอบได้ และมีผลการลดก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดขึ้นจริง

โครงการท่อขนส่งนํ้ามันสายเหนือของ BPT จึงไม่เป็นเพียงแค่เส้นทางลำเลียงพลังงาน แต่คือ “ท่อส่งความยั่งยืน” ที่เชื่อมโยงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโลกเข้ากับความแข็งแกร่งทางธุรกิจของไทยที่เกิดขึ้น