thansettakij
thansettakij
ร่าง PDP ใหม่ บรรจุ SMR 2.4 พันMW ป้อนพลังงานสะอาด รับ Data Center สู่ Net Zero

ร่าง PDP ใหม่ บรรจุ SMR 2.4 พันMW ป้อนพลังงานสะอาด รับ Data Center สู่ Net Zero

06 พ.ค. 69 | 08:08 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 69 | 08:08 น.

ร่างแผน PDP 2026 เดินหน้าสู่ความยั่งยืนเต็มสูบ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนพุ่งสูงถึง 70% ของกำลังการผลิต เน้นพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม พร้อมบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 2,400 เมกะวัตต์ เสริมแกร่งระบบไฟฟ้าฐาน รับการลงทุน Data Center และสนับสนุนบรรลุเป้าหมาย Net Zero

KEY

POINTS

  • ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เตรียมบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิต 2,400 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากแผนเดิม
  • มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ที่มีความมั่นคงและปล่อยคาร์บอนต่ำ สำหรับรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของกลุ่ม Data Center
  • การนำ SMR มาใช้จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

การจัดทำร่างแผนร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2569-2593 หรือร่างแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ โดยให้ความสำคัญในหลักการ 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีกระแสไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการที่เปลี่ยนไป ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Ecology) ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economy) เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับแนวคิดการกระจายศูนย์ (Decentralization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม (Just Energy Transition) เพื่อให้ทุกภาคส่วนก้าวไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หนึ่งในหมุดหมายที่ท้าทายที่สุดของร่างแผน PDP 2026 คือการยกระดับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ให้เร็วขึ้นมาอยู่ที่ปี 2593 ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของนานาชาติในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ล่าสุดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ร่างแผน PDP 2026 ได้ปรับสมมติฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ช่วงปี 2569-2593 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.56% ต่อปี ลงมาตามสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดการณ์ตํ่ากว่า 2%

สมมุติฐาน ในการจัดทำร่างแผน PDP ครั้งนี้ ได้ใช้ค่าพยากรณ์จำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลง 0.2% ต่อปี และอยู่บนสมมติฐานที่การขยายตัวของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Independent Power Supply: IPS) หรือ Prosumer โดยเฉพาะในกลุ่มระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (Solar Rooftop) ในพื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงถึง 13,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593 ซึ่งการเติบโตของ Prosumer นี้ สอดคล้องกับเป้าหมายอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ที่ต้องการลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักลง 96,000 -144,000 กิกะวัตต์ชั่วโมงภายในสิ้นสุดแผน

รวมถึงการเติบโตของกลุ่ม Data Center ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด 100% ราว 6,200-8,600 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นสุดแผน มาใช้เป็นค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าด้วย

ร่าง PDP ใหม่ บรรจุ SMR 2.4 พันMW ป้อนพลังงานสะอาด รับ Data Center สู่ Net Zero

ทั้งนี้ การจัดทำร่างแผน PDP 2026 ได้กำหนด Scenario ในการวางแผนไว้ 2 ช่วง โดยในช่วง 5 ปีแรก (2569-2573) จะเน้นความแม่นยำในการจัดหาโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการที่เกิดขึ้นจริง ส่วนในช่วงปีที่เหลือจะมีการพิจารณาฉากทัศน์อย่างน้อย 2 Scenario เพื่อให้แผนมีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการจัดทำแผน PDP 2026 เปิดเผยว่า การจัดทำร่าง PDP 2026 มีความล่าช้า จากเดิมที่จะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ขยับไปเป็นเดือนกรกฎาคม 2569 เนื่องจากมีการประมาณการณ์การเติบโตของ GDP ในช่วง 5 ปีแรกใหม่ ลงมาอยู่ที่เฉลี่ยปีละ 1.4% ที่เป็นผลจากสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอการเติบโตที่ลดลง ทำให้ต้องมีการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ตามไปด้วย ซึ่งได้แจ้งให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รับทราบแล้ว

อย่างไรก็ตาม การจัดทำร่างแผน PDP 2026 จะยังคงกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดไว้ในแผนราว 70% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โดยจะเน้นไปที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม และควบคุมค่าดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation: LOLE) ให้อยู่ในระดับที่เข้มงวดไม่เกิน 0.7 วันต่อปี เพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าของไทยจะมีเสถียรภาพสูงสุดแม้ในวันที่สภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือลมก็ตาม

รวมถึงต้องแผนการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย หรือ Grid Modernization เพื่อให้สามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้ามา ครอบคลุมถึงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ทั้งในรูปแบบของโรงไฟฟ้าพลังนํ้าแบบสูบกลับ (PSH) และระบบแบตเตอรี่ที่มีความจุสูง รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสำหรับควบคุมระบบส่งไฟฟ้า (FACTS devices) เพื่อบริหารจัดการการไหลของไฟฟ้าและรักษาแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ในภาวะที่พลังงานลมและแสงอาทิตย์มีความผันผวน

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป้าหมายของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนว่าจะมาจากประเภทใดบ้าง ซึ่งจะนำศักยภาพและเทคโนโลยี ที่สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) เสนอมาเป็นองค์ประกอบการพิจารณาร่วมด้วย เพราะสถานการณ์พลังงานปัจจุบันเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงไปมาก”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในการดึงดูดนักลงทุนกลุ่ม Data Center ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวให้ได้อย่างครอบคลุมและมีเสถียรภาพ จากการหารือในเบื้องต้น คาดว่าจะมีการบรรจุโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) เข้ามาในแผน PDP 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 2,400 เมกะวัตต์ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้เพียง 600 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ที่ปล่อยคาร์บอนตํ่าและมีความปลอดภัยสูง ทดแทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเดิม ที่ต้องทยอยปลดระวางตามอายุการใช้งาน การนำ SMR เข้ามาเสริมในระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความมั่นคงของกระแสไฟฟ้า แต่ยังช่วยสนับสนุนประเทศในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero) ในปี 2593 ด้วย ซึ่งSMR คาดว่าจะเข้าระบบจ่ายไฟฟ้าได้ในช่วง 7-10 ปี หลังจากแผนประกาศใช้

อีกทั้งจะมีการนำกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกประเภทของโรงไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนในพลังงานสะอาดมากขึ้น รวมถึงการทบทวนแผนปลดโรงไฟฟ้า เพื่อลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยการต่ออายุโรงไฟฟ้าเดิมทั้ง โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) โรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP Firm) โรงไฟฟ้าพลังงานนํ้าในสปป.ลาว และโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายความมั่นคงและ Net Zero