

KEY
POINTS
ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยถึงความคาดหวังด้านพลังงานของรัฐบาลชุดใหม่ ว่า สิ่งสำคัญที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือ จัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ พีดีพี (PDP) ให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากล่าช้ามานานกว่า 2 ปี
อีกทั้งพีดีพียังเป็นกรอบสำคัญที่กำหนดทิศทางพลังงานทั้งระบบของประเทศ หากไม่ชัดเจนจะส่งผลต่อการลงทุนและการบริหารต้นทุนด้านพลังงานสะดุดและไม่ต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นถัดมา คือ การส่งเสริมพลังงานสะอาดโดยรวม เช่น โซลาร์เซลล์ พลังงานลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมไปถึงต้องเริ่มเตรียมการระยะยาว หากมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคตอีก 10-15 ปีข้างหน้า ควรเริ่มเตรียมการที่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แห่งแรกของประเทศไทย
อย่างไรก็ดี พลังงานที่ใช้อยู่แล้วอาจจะต้องใช้ต่อไป เช่น Natural Gas หรือ ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ ที่ยังมีความจำเป็นต่อระบบการผลิตไฟฟ้า โดยหากมีการนำเข้าก๊าซ LNG หรือธรรมชาติที่อยู่ในรูปของเหลวจากต่างประเทศ ก็อาจเผชิญทั้งด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอน
สำหรับมุมมองต่อพีดีพีฉบับใหม่นั้น แนวทางหลักยังอยู่ในกรอบเดิม คือเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต เช่น การใช้ไฮโดรเจน รวมถึงการส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเคยถูกบรรจุในร่างแผนเดิม คาดว่าในอีก 10–15 ปีข้างหน้า โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าควรเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สถานการณ์ราคาพลังงานปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง ราคาน้ำมันยังไม่สูงมาก
ขณะที่ก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังมีความเสี่ยงผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามในยุโรปตะวันออก ซึ่งอาจกระทบเส้นทางขนส่งพลังงาน หากมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล และราคาก๊าซธรรมชาติ ก๊าซหุงต้ม (LPG) รวมถึงค่าไฟฟ้าจะปรับสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนกระแสข่าวมีชื่อ นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ พีทีที โกลบอล เคมิคอล เพื่อเตรียมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน โดยเข้าใจเพียงว่าเป็นผู้บริหารสายการเงินและธุรกิจ ไม่ค่อยรู้จักและไม่เคยเห็นผลงาน จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ต่อกระแสข่าว ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของนายปรีดีได้