thansettakij
thansettakij
พลังงานเร่งปัดฝุ่นดีเซล B20 ปูพรมปั๊ม 200 แห่ง ทางรอดภาคขนส่ง

พลังงานเร่งปัดฝุ่นดีเซล B20 ปูพรมปั๊ม 200 แห่ง ทางรอดภาคขนส่ง

16 เม.ย. 69 | 22:40 น.

พลังงานเร่งปัดฝุ่น จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 ปูพรมปั๊มน้ำมัน 200 แห่ง ทั้งถนนสายหลักและสายรอง เป็นทางรอดให้กลุ่มขนส่ง ลดต้นทุน จูงใจขายต่ำกว่าดีเซล B7 ลิตรละ 5 บาท ช่วยลดพึ่งการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศกู้วิกฤต

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานเร่งนำน้ำมันดีเซล B20 กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง เพื่อเป็นทางเลือกช่วยเหลือภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง
  • มีแผนขยายสถานีบริการที่มีหัวจ่ายดีเซล B20 ให้ครอบคลุม 200 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นเดือนเมษายน โดยเน้นถนนสายหลักและสายรอง
  • สร้างแรงจูงใจด้วยการกำหนดส่วนต่างราคาให้ดีเซล B20 ถูกกว่าดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนและส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพในประเทศ

วิกฤตการณ์พลังงานจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบต่อการจัดหาพลังงานไปทั่วโลก ส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบและราคานํ้ามันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาขายนํ้ามันดีเซลของไทย (9 เม.ย. 2569) ปรับตัวมาที่ 48.40บาทต่อลิตร ขณะที่กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงยังชดเชยอยู่ที่ 15 บาทต่อลิตร นํ้ามันดีเซล B20 อยู่ที่ 43.40 บาทต่อลิตร กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง ชดเชยที่ 17 บาทต่อลิตร และนํ้ามันแก๊สโซฮอล์ 95 ปรับตัวมาอยู่ที่ 43.95 บาทต่อลิตรโดยเก็บเงินเข้ากองทุนนํ้ามันฯที่ 0.43 บาทต่อลิตร

จากราคานํ้ามันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นไป ทำให้กลุ่มบรรดารถบรรทุกขนาดใหญ่และภาคอุตสาหกรรม ที่ใช้นํ้ามันดีเซลออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบต้นทุนในการขนส่งและภาคการผลิตสินค้า ล่าสุดนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สั่งการให้ลดราคานํ้ามันดีเซล B7 และดีเซล B20 จากราคาหน้าโรงกลั่นนํ้ามันลง 2 บาท

ขณะเดียวกันเพื่อช่วยลดการนำเข้านํ้ามันจากต่างประเทศ รัฐบาลมีมาตรการที่จะสนับสนุนการใช้พลังงานชีวภาพที่ผลิตได้ภายในประเทศ อย่างไบโอดีเซลและเอทานอลเพิ่มขึ้น โดยใช้มาตรการจูงใจให้ส่วนต่างของราคานํ้ามันดีเซล B20 ต่างจากนํ้ามันดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร

แหล่งข่าวจากระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในการพึ่งนํ้ามันบนดินอีกครั้ง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้รถบรรทุกหันมาใช้ดีเซล B20 เพิ่มขึ้น โดยได้หารือกับกับบรรดาผู้ค้ามาตรา 7 ที่มีความพร้อมให้กลับมาจำหน่ายนํ้ามันดีเซล B20 โดยมีแผนเบื้องต้นที่จะให้สถานีบริการนํ้ามันที่อยู่บนถนนสายหลัก ประมาณ 100 แห่ง ให้มีหัวจ่ายบริการนํ้ามัน B20 สำหรับกลุ่มรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้าให้ครอบคลุมทุกระยะ 100 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 เมษายนนี้

โดยทางบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ จะรับไปดำเนินการ 50 แห่ง บริษัท บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะรับไปดำเนินการ 40 แห่ง และบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จะรับไปดำเนินการ 10 แห่ง

อีกทั้ง การเพิ่มสถานีบริการนํ้ามันให้มีหัวจ่ายนํ้ามันดีเซล B 20 บนถนนสายรอง ให้ครอบคลุมอีก 100 แห่ง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้รับความร่วมมือจากบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จํากัด ที่จะรับนํ้ามันดีเซล B 20 ไปจำหน่ายให้กับกลุ่มฟลีทรถบรรทุก

พลังงานเร่งปัดฝุ่นดีเซล B20 ปูพรมปั๊ม 200 แห่ง ทางรอดภาคขนส่ง

“ที่ผ่านมารัฐบาลได้หารือกับกลุ่มรถบรรทุกไปแล้ว และยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการใช้ดีเซล B 20 เนื่องจากมีส่วนต่างราคาจูงใจตํ่ากว่านํ้ามันดีเซล B 7 ถึง 5 บาทต่อลิตร เป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคานํ้ามันแพงได้อีกทางหนึ่ง และยังเป็นการช่วยลดการนำเข้านํ้ามันได้ด้วย หากมีการใช้ดีเซล B 20 เพิ่มขึ้น”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการส่งเสริมการใช้ดีเซล B20 ใม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากราคานํ้ามันดีเซล B20 มีส่วนต่างราคากับดีเซล B7 ไม่มากนัก และบางช่วงราคาจำหน่ายที่เท่ากัน ไม่จูงใจให้กลุ่มบรรทุกหันไปใช้บริการ โดยเห็นได้จากปี 2568 ราคานํ้ามันดีเซล B20 เฉลี่ยอยู่ราว 31.79 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซล B7 อยู่ที่ราว 31.96 บาทต่อลิตร เป็นต้น เมื่อราคาไม่จูงใจส่งผลให้การใช้ลดลง จนผู้ค้านํ้ามันมาตรการ 7 ต้องทยอยปลดหัวจ่ายนํ้ามันดีเซล B 20 ลง

การจำหน่ายมีเพียงสถานีบริการเท่านั้น ไม่สมํ่าเสมอทุกเดือน ซึ่งพิจารณาได้จากการแจ้งตัวเลขการจำหน่ายกับกรมธุรกิจพลังงาน ในปี 2568 ดีเซล B20 มีจำหน่ายในเดือนมกราคม ปริมาณ 0.132 ล้านลิตรต่อวัน ปรับลดการจำหน่ายลงมาในเดือนกุมพาพันธ์ เหลือเพียง 100 ลิตรต่อวัน เดือนมีนาคม จำหน่ายที่ 300 ลิตรต่อวัน มิถุนายน จำหน่ายที่ 200 ลิตรต่อวัน และเดือนพฤศจิกายน จำหน่าย 200 ลิตรต่อวัน เท่านั้น และในต้นปี 2569 ไม่มีจำหน่ายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตราคานํ้ามันที่เกิดขึ้นนี้ ราคาไบโอดีเซล B100 ที่นำมาผสมในนํ้ามันดีเซล มีราคากว่า 40 บาทต่อลิตร ซึ่งถูกกว่าราคาเนื้อนํ้ามันดีเซลหน้าโรงกลั่นที่อยู่ในระดับ 50 บาทต่อลิตร การนำB100 มาผสมในสัดส่วนที่ 20% จึงถือว่าคุ้มค่าในการพึ่งพาทรัพยากรภายในประเทศ ลดการนำเข้านํ้ามันได้ส่วนหนึ่ง อาทิ ถ้าใช้ดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 5 แสนลิตรต่อวัน จะใช้ B100 เพิ่มขึ้น 75,000 ลิตรต่อวัน สามารถประหยัดดีเซล ได้ 75,000 ลิตร และสามารถประหยัดการนำเข้านํ้ามันดิบได้ 100,000 ลิตร และหากใช้ดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 1 ล้านลิตรต่อวัน จะใช้ B100 เพิ่มขึ้น 150,000 ลิตรต่อวัน สามารถประหยัดดีเซล ได้ 150,000 ลิตร และสามารถประหยัดการนำเข้านํ้ามันดิบได้ 200,000 ลิตร

ปัจจุบันมีผู้ผลิตไบโอดีเซล B100 อยู่ที่ 12 ราย มีกำลังรวมราว 11.48 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 4.16 ล้านลิตรต่อวัน และมีปริมารการใช้อยู่ที่ 3.55 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งกำลังผลิตที่เหลือยังสามารถป้อนความต้องการใช้ดีเซล B20 ได้อีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในการส่งเสริมการใช้นํ้ามันดีเซล B20 เป็นอีกทางออก ที่จะมาเสริมมาตรการลดการใช้พลังงาน เพื่อรับวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้น หลังจากเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลอาจจะนำมาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการนํ้ามันในช่วงกลางคืน (22.00 น. - 05.00 น.) แต่จะอนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะนํ้ามันดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เท่านั้น เพื่อไม่ให้กกระทบต่อภาคการขนส่ง และยังสามารถรักษาสมดุลของปริมาณสำรองนํ้ามันเชื้อเพลิงของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย