thansettakij
thansettakij
จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

27 พ.ค. 69 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 69 | 04:43 น.

เจาะลึกเทรนด์อควาเรียมญี่ปุ่นปี 2026 จากตู้ปลาสู่โมเดลธุรกิจยั่งยืน ESG มูลค่า 4.8 พันล้านบาท ถอดรหัส ‘ไคยูกัง’ พลิกโฉมสู่พื้นที่บำบัดจิตใจฮีลใจมนุษย์ออฟฟิศ

KEY

POINTS

  • อควาเรียมในญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนบทบาทจากสถานบันเทิงสำหรับครอบครัวไปสู่ "พื้นที่บำบัดจิตใจ" สำหรับคนเมือง เพื่อช่วยลดความเครียดจากการทำงาน
  • ตลาดอควาเรียมญี่ปุ่นเติบโตสวนกระแสประชากรเด็กที่ลดลง คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 4.8 พันล้านบาทภายในปี 2033 โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและเทรนด์การติดตั้งตู้ปลาในที่พักอาศัย
  • โมเดลธุรกิจอควาเรียมยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยหลักความยั่งยืน (ESG) โดยมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกังเป็นต้นแบบ ทั้งในด้านนวัตกรรมลดพลังงาน การวิจัยและดูแลสวัสดิภาพสัตว์ และธรรมาภิบาลที่โปร่งใส

ในโลกยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจและการระบาดใหญ่ พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศที่มีสภาวะการแข่งขันสูงและสังคมผู้สูงอายุอย่าง “ประเทศญี่ปุ่น” สิ่งที่น่าสนใจคือหนึ่งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนันทนาการทางน้ำแบบดั้งเดิมอย่าง “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสาธารณะ” (Public Aquarium) เกิดการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ

จากเดิมที่เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวในวันหยุด อควาเรียมในญี่ปุ่นยุคปี 2026 ได้ยกระดับสู่การเป็น “พื้นที่บำบัดจิตใจของคนเมือง” (Wellness & Healing Space) และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจด้วยการนำกรอบความยั่งยืน ESG (Environmental, Social, and Governance) มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน จนกลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงานกับเครือเซ็นทารา (Centara) ในประเทศญี่ปุ่น และในช่วงเวลาว่างจากการดูงานโรงแรม จึงตั้งใจเดินทางไปยัง  'พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง' (Osaka Aquarium Kaiyukan) ด้วยตัวเอง สิ่งที่พบไม่ใช่แค่ความตื่นตาตื่นใจของ ฉลามวาฬ แต่คือโมเดลธุรกิจความยั่งยืนยุค 2026 ที่น่าสนใจ

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

เติบโตสวนกระแสประชากรลดลง ส่องตัวเลขเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

หากมองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่าอุตสาหกรรมอควาเรียมในญี่ปุ่นน่าจะหดตัวลงตามจำนวนประชากรเด็กที่ลดน้อยลงทุกปี แต่ตัวเลขทางสถิติล่าสุดกลับชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม ปัจจุบันญี่ปุ่นยังคงครองแชมป์ประเทศที่มีความหนาแน่นของอควาเรียมต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก ด้วยจำนวนมากกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

รายงานวิจัยตลาดจากสถาบันระดับสากลระบุว่า มูลค่าตลาดกลุ่ม Reef Aquarium ในประเทศญี่ปุ่นกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะไต่ระดับขึ้นไปแตะ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 พันล้านบาท) ภายในปี 2033 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 8.1% ต่อปี

ปัจจัยเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้เม็ดเงินสะพัดในธุรกิจนี้ มาจาก 2 ขาหลัก ขาแรกคือ การฟื้นตัวอย่างรุนแรงของภาคการท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound Tourism) นับตั้งแต่ปี  2024 เป็นต้นมา ส่งผลให้อควาเรียมระดับ Top-Tier ของประเทศ มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงถึง 30% - 45%

และขาที่สองคือ กลุ่มตลาดในที่พักอาศัย (Residential Segment) ที่ผู้บริโภคคนเมืองหันมาติดตั้ง “ตู้ปลาอัจฉริยะ” หรือ Smart Aquarium ในคอนโดมิเนียมสูงถึง 68.79% เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่ต้องการธรรมชาติเข้ามาเยียวยา

"Healing Culture" เมื่อปลาทะเลทำหน้าที่เยียวยามนุษย์เงินเดือน

ปัญหาใหญ่ของประชากรในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า คือความเครียดสะสมจากการทำงานหนัก (Karoshi Culture) ทำให้นักพัฒนาอควาเรียมในญี่ปุ่นยุคนี้เลิกขาย “ความตื่นตาตื่นใจแบบหวือหวา” แต่หันมาขาย “ความสงบ” แทน

ผลวิจัยเชิงจิตวิทยาในญี่ปุ่นระบุชัดเจนว่า การมองการเคลื่อนไหวของสัตว์น้ำภายใต้จังหวะที่สม่ำเสมอ และเสียงของคลื่นน้ำ สามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) รวมถึงช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

ธุรกิจอควาเรียมจึงปรับโมเดลเข้าหาผู้ใหญ่มากขึ้น เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า "Jellyfish Space Design" หรือการสร้างห้องโถงมืดขนาดยักษ์ที่มีเพียงแสงไฟแอลอีดีเปลี่ยนสี ตัดกับความโปร่งแสงของแมงกะพรุนที่เวียนว่ายอย่างช้าๆ เช่นที่ Kamo Aquarium จังหวัดยามางาตะ ยิ่งไปกว่านั้น อควาเรียมในเมืองใหญ่หลายแห่งขยายเวลาเปิดให้บริการไปจนถึงเวลา 21.00 น. พร้อมเปิดบาร์เครื่องดื่ม เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานออฟฟิศให้มานั่ง "ฮีลใจ" หลังเลิกงาน แทนการไปนั่งดื่มในร้านสังสรรค์แบบเดิมๆ

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

ถอดรหัสกรณีศึกษา “ไคยูกัง” (Kaiyukan) ต้นแบบวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย ESG

หากจะหาต้นแบบของอควาเรียมที่รวมเอาความล้ำทางวิศวกรรมยุคเก่า มาฟิวชันกับจริยธรรมธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คงไม่มีที่ไหนชัดเจนไปกว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) แห่งอ่าวโอซาก้า

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง (Osaka Aquarium Kaiyukan)

ไคยูกังถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 และสร้างประวัติศาสตร์ต้อนรับผู้เข้าชมสะสมทะลุ 100 ล้านคนได้รวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โครงสร้างแกนกลางคือ “ตู้มหาสมุทรแปซิฟิก” (Pacific Ocean Tank) ปริมาตรน้ำ 5,400 ตัน ลึก 9 เมตร ที่ล้อมรอบด้วยทางเดินลาดเกลียว (Spiral Route) ให้ผู้เข้าชมค่อยๆ เดินดิ่งลึกลงไปสู่ก้นบึ้งของหัวใจมหาสมุทร แต่ในทศวรรษนี้ ความท้าทายของไคยูกังไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอลังการของกระจกอะคริลิกหนา 30 เซนติเมตร เเต่คือการตอบคำถามของสังคมโลกในเรื่อง ESG

E - Environmental นวัตกรรมลดคาร์บอนและวิกฤตพลาสติก

อควาเรียมเป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลในการรันระบบพยุงชีพของสัตว์น้ำ (Life Support Systems) ตลอด 24 ชั่วโมง ในปี 2025-2026 ไคยูกังได้ยกระดับสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ โดยการนำระบบ AI-driven Pumps มาควบคุมการกรองน้ำและแรงดันปั๊มตามความหนาแน่นของสัตว์น้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในช่วงการปรับปรุงตู้ปะการังครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ไคยูกังได้เลือกใช้ผ้าใบพลาสติกรีไซเคิลทางเคมี 100% (Horizontally Recycled Blue Sheet) ในการกั้นพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งสอดรับกับนโยบายหมุนเวียนก๊าซเรือนกระจกของรัฐบาลญี่ปุ่น ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในกระบวนการซ่อมบำรุงลงถึง 65%

S - Social & Animal Welfare สวัสดิภาพสัตว์ที่ไม่ใช่การกักขัง

ประเด็นเรื่องการนำ “ฉลามวาฬ” (Whale Shark) มาจัดแสดง มักถูกตั้งคำถามจากองค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับสากล ไคยูกังจึงเปลี่ยนบทบาทจากผู้กักขังมาเป็น “ผู้ปกป้องและวิจัย” ผ่านความร่วมมือกับสถาบันวิจัยชีววิทยาทางทะเลในจังหวัดโคจิ โดยการนำฉลามวาฬมาดูแลในตู้ยักษ์เพื่อเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการย้ายถิ่นฐาน (Biologging) และเมื่อพวกมันเติบโตจนถึงเกณฑ์ที่กำหนด ไคยูกังจะทำทำการติดแท็กดาวเทียมและ ปล่อยกลับคืนสู่มหาสมุทรตามธรรมชาติ เพื่อให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ

ในมิติของสังคม ไคยูกังยังเปลี่ยนพื้นที่ท้ายอควาเรียมให้เป็นห้องเรียนเตือนสติ โดยการนำขยะพลาสติกและเศษสิ่งแปลกปลอมที่สัตวแพทย์ผ่าเจอในท้องของสัตว์ทะเลป่าที่มารักษา มาจัดแสดงให้เยาวชนเห็นถึงวิกฤตขยะทะเล (Marine Plastic Crisis) เพื่อสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกอย่างเป็นรูปธรรม

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

G - Governance ธรรมาภิบาลและซัพพลายเชนสีขาว

ภายใต้กฎเหล็กของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำญี่ปุ่น (JAZA) อควาเรียมในยุคปัจจุบันต้องเปิดเผยที่มาของสัตว์น้ำทุกตัวอย่างโปร่งใส ห้ามมีการจัดซื้อสิ่งมีชีวิตที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และเริ่มมีการนำกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD) มาใช้ เพื่อรายงานต่อนักลงทุนว่า เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาถูกนำไปใช้ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างไร

ปฏิวัติ 'ร้านของฝากสีเขียว' รับเทรนด์ Ethical Consumption

ความน่าสนใจของโมเดล ESG ในอควาเรียมญี่ปุ่นยุคนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในตู้กระจกเท่านั้น แต่ลามมาถึง "กระเป๋าเงิน" ของนักท่องเที่ยวทุกคน ตอกย้ำด้วยกรณีศึกษาของ Kaiyukan Official Shop ร้านขายของที่ระลึกอย่างเป็นทางการของไคยูกัง (บริเวณชั้น 3) ที่เพิ่งทำการรีโนเวทครั้งใหญ่และเปิดตัวโฉมใหม่ไปเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ร้านของฝากโฉมใหม่นี้ถูกดีไซน์ขึ้นภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์น้ำจริงของเจ้าหน้าที่อควาเรียม ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำเก่า หรือกล่องไม้สำหรับขนย้ายปลา มารีไซเคิลเป็นชั้นวางและสแตนด์โชว์สินค้าเพื่อลดการใช้วัสดุก่อสร้างใหม่

ที่สำคัญ ไคยูกังยังเดินหน้าปฏิวัติแนวคิดรักษ์โลกด้วยการ "ประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด" และเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งการันตีว่าเนื้อกระดาษมาจากป่าไม้เชิงพาณิชย์ที่จัดการอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายป่าธรรมชาติ ควบคู่กับการใช้ Biomass Ink หรือหมึกพิมพ์รักษ์โลกที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติในการสกรีนลายบนถุง เพื่อลดการใช้สารเคมีและปิโตรเลียม

จากตู้ปลาสู่ 'โมเดลยั่งยืน' ส่องอควาเรียมญี่ปุ่น 4.8 พันล้านบาท

นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ (เช่น ตุ๊กตาฉลามวาฬที่ออกแบบสรีระถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์) จะถูกส่งกลับเข้าสู่ทุนวิจัยสิ่งแวดล้อมทางทะเลโดยตรง ถือเป็นการปิดลูปความยั่งยืนที่ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อโลกก่อนเดินออกจากประตูอย่างแท้จริง

แนวโน้มในอนาคตของอุตสาหกรรม Aquarium

อุตสาหกรรม Aquarium ในประเทศญี่ปุ่นกำลังบอกว่า การแข่งขันในเชิงขนาดหรือการสร้างตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกขยับมาสู่อุดมการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แนวโน้มต่อจากนี้จะมุ่งไปสู่ 3 แกนหลัก

  1. Biotope Ecosystem การจัดแสดงจะเน้นการจำลองระบบนิเวศเฉพาะถิ่นขนาดเล็กที่ถูกต้องและเสถียร 100% แทนการจับปลาขนาดใหญ่มาขัง
  2. Digital Fusion การใช้ศิลปะดิจิทัล (Projection Mapping) และแสงสีเข้ามาผสมผสาน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจทดแทนการเพิ่มจำนวนสัตว์จริงในตู้
  3. Net-Zero Operation มาตรฐานคาร์บอนเครดิตจะกลายเป็นภาคบังคับ อควาเรียมทั่วญี่ปุ่นจะต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในระบบกรองน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจนี้ในญี่ปุ่น ถือว่าเป็นความสามารถในการปรับตัวเพื่อบาลานซ์ระหว่าง "ตัวเลขกำไรทางธุรกิจ" และ "ดัชนีความรับผิดชอบต่อโลก" ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสีน้ำเงินนี้ อยู่บนกระแสโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูล

  •  Aquarium Market Size, Share, and Industry Analysis Report 2035 
  • Reef Aquariums Market Size and Share Analysis
  • National Center for Biotechnology Information (NCBI) - Hematology and Plasma Biochemistry in Whale Sharks by Osaka Aquarium KAIYUKAN
  • Expo 2025 Osaka, Kansai - Official Green Vision Strategy
  • The Kaiyukan Official Shop has reopened after renovations