thansettakij
thansettakij
4 เมืองต้นแบบแก้โลกร้อน ลดมลพิษ-ความเสี่ยงสุขภาพ ดันเศรษฐกิจโตยั่งยืน

4 เมืองต้นแบบแก้โลกร้อน ลดมลพิษ-ความเสี่ยงสุขภาพ ดันเศรษฐกิจโตยั่งยืน

07 เม.ย. 69 | 04:41 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 04:48 น.

4 เมืองตัวอย่างพิสูจน์ว่าการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์สามารถลดมลพิษ ลดอัตราป่วย และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้พร้อมกัน สะท้อนแนวทางใหม่ของการพัฒนาเมืองที่คุ้มค่าและยั่งยืน

KEY

POINTS

  • 4 เมืองต้นแบบ ได้แก่ ลอนดอน ฟิลาเดลเฟีย อาห์เมดาบัด และเมเดยิน พิสูจน์ว่านโยบายแก้ปัญหาโลกร้อนสามารถลดมลพิษ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
  • ลอนดอนใช้เขตปล่อยมลพิษต่ำเพื่อลดการเจ็บป่วยและประหยัดต้นทุนด้านสุขภาพ ส่วนฟิลาเดลเฟียใช้โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเพื่อจัดการน้ำท่วมและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์
  • อาห์เมดาบัดมีแผนรับมือความร้อนจัดที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ขณะที่เมเดยินสร้าง "ระเบียงสีเขียว" จากธรรมชาติเพื่อลดอุณหภูมิเมืองและมลพิษทางอากาศ

วันที่ 7 เมษายน 2569 เมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่บางเมืองสามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ผ่านนโยบายที่ลดมลพิษ ความร้อน และความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง กรณีศึกษาทั้ง 4 เมืองสะท้อนว่าการลงทุนด้าน climate resilience สามารถสร้างประโยชน์หลายมิติในต้นทุนที่คุ้มค่า

เมืองเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรโลก 56% และสร้าง GDP โลกถึง 80% อย่างไรก็ตาม 83% ของเมืองรายงานว่ามีความเปราะบางอย่างมากต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ โดยน้ำท่วม (58%) และความร้อนจัด (54%) เป็นความเสี่ยงหลัก

เมื่อการขยายตัวของเมืองเร่งตัว อุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เพียงคุกคามสุขภาพของประชาชน แต่ยังส่งผลต่อรายได้ ผลิตภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม บางเมืองกำลังเปลี่ยนความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและสุขภาพให้เป็นพื้นที่ทดลองสำหรับโซลูชันที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและสามารถขยายผลได้

แนวทางของเมืองเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศสามารถสร้างผลตอบแทนได้หลายมิติ ทั้งลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และปกป้องมูลค่าทรัพย์สิน พร้อมทั้งช่วยปกป้องชุมชนจากผลกระทบที่รุนแรงขึ้น

สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน เมืองเหล่านี้นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการสนับสนุนโซลูชันที่ลดความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ ปกป้องสุขภาพ และเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุนที่มีจำกัด

4 บทเรียนจากเมืองที่เป็นผู้นำด้านความยืดหยุ่นภูมิอากาศ-สุขภาพในเขตเมือง

นโยบายสภาพภูมิอากาศและคุณภาพอากาศของลอนดอนลดการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและการลาป่วย เขตปล่อยมลพิษต่ำและต่ำมาก (low- และ ultra-low-emission zones) ของลอนดอนถูกนำมาใช้เพื่อลดมลพิษจากการจราจรที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และปรับปรุงคุณภาพอากาศในใจกลางและเขตชั้นในของเมือง

มาตรการดังกล่าวช่วยลดจำนวนรถที่ปล่อยมลพิษสูง ส่งผลให้การเข้ารักษาฉุกเฉินจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง 9% ปัญหาระบบทางเดินหายใจลดลง 10.2% และการลาป่วยลดลง 18.5%

โดยรวม นโยบายดังกล่าวช่วยประหยัดต้นทุนด้านสุขภาพและเพิ่มผลิตภาพมากกว่า 37 ล้านปอนด์ (49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี เมื่อเทียบกับพื้นที่ในอังกฤษที่ไม่มีเขตปล่อยมลพิษต่ำ

สำหรับผู้นำด้านนโยบาย ลอนดอนแสดงให้เห็นว่ากฎจราจรที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายด้านคุณภาพอากาศและภูมิอากาศสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสุขภาพได้ โดยลดการสัมผัสมลพิษ ลดภาระโรงพยาบาล และช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้นท่ามกลางคลื่นความร้อนที่ถี่ขึ้น

ฟิลาเดลเฟียชี้ให้เห็นว่าการรับมือน้ำท่วมช่วยยกระดับสุขภาพและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน

เมืองฟิลาเดลเฟียในสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าโซลูชันรับมือน้ำท่วมสามารถเปลี่ยนความเปราะบางด้านภูมิอากาศให้เป็นการเติบโตของสินทรัพย์ได้ ผ่านโครงการ Green City, Clean Waters ระยะเวลา 25 ปี (สิ้นสุดปี 2036) เมืองได้ติดตั้งสวนรับน้ำ (rain gardens) ร่องระบายน้ำชีวภาพ (bioswales) และพื้นผิวซึมน้ำได้ ซึ่งสามารถจัดการน้ำฝนได้ 3 พันล้านแกลลอนต่อปี ลดอุณหภูมิถนนได้สูงสุด 5 องศาเซลเซียส ในคืนที่ร้อน และกรองมลพิษที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ

นอกจากนี้ โครงการยังมีแนวโน้มลดมลพิษที่ไหลลงสู่แม่น้ำ Delaware และ Schuylkill ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มหลัก ได้มากกว่า 2 พันล้านแกลลอนต่อปี ช่วยลดความเสี่ยงโรคที่เกิดจากน้ำสำหรับประชากร 1.5 ล้านคน

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านภูมิอากาศและสุขภาพ โครงการยังช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ โดยอสังหาริมทรัพย์ใกล้พื้นที่ติดตั้งมีราคาขายสูงขึ้น 10% สำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย โมเดลของฟิลาเดลเฟียแสดงให้เห็นว่าความยืดหยุ่นด้านสุขภาพสามารถสร้างผลตอบแทนสองทาง ทั้งลดวิกฤตและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

อาห์เมดาบัดพิสูจน์ว่าการรับมือความร้อนที่คุ้มค่าทำได้จริง

ในปี 2013 เมืองในอินเดียแห่งนี้เริ่มใช้แผน Heat Action Plan เพื่อปกป้องประชาชนและแรงงานจากความร้อนจัด ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากความร้อนลดลงประมาณ 25% ภายใน 3 ปี ผ่านมาตรการต้นทุนต่ำ เช่น หลังคาสะท้อนความร้อน จุดให้น้ำดื่ม พื้นที่พักร่ม และระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS

ขณะที่ความร้อนจัดทำให้สูญเสียผลิตภาพถึง 10% ต่อปี แนวทางของอาห์เมดาบัดจึงเป็นต้นแบบที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจ

หลังคาเย็นและการปรับเวลาทำงานให้ผลตอบแทน 3:1 ขณะที่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ผลตอบแทนสูงถึง 50:1 และสามารถนำไปใช้ในองค์กรผ่าน SMS เพื่อให้แรงงานพักก่อนเกิดภาวะเครียดจากความร้อน

เมเดยินพิสูจน์ว่าโซลูชันธรรมชาติคือโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ

เมืองเมเดยินในโคลอมเบียเปลี่ยนพื้นที่เกาะความร้อนให้เป็นพื้นที่ทดลองโซลูชันจากธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 2016 โครงการ Green Corridors ได้พัฒนา 18 ถนนและ 12 ทางน้ำ ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อกันยาว 20 กิโลเมตร พร้อมฝึกอบรมประชาชนด้อยโอกาส 75 คน ปลูกพืช 2.5 ล้านต้น และต้นไม้ 880,000 ต้น

ด้วยงบลงทุน 16.3 ล้านดอลลาร์ (6.50 ดอลลาร์ต่อคน) โครงการนี้ช่วยลดอุณหภูมิเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส ลด PM2.5 ลง 8% และลดการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันกว่า 40% ภายใน 3 ปี โมเดลนี้เป็นต้นแบบให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถลดความเครียดจากความร้อน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และลดภาระระบบสาธารณสุขได้พร้อมกัน

อ้างอิง

  • weforum