In Brief
กฟผ. รุกคืบพลังงานสะอาด เดินหน้าศึกษาการนำก๊าซไฮโดรเจนและแอมโมเนียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสมในสัดส่วน 5% นำร่อง 6 โรงไฟฟ้าหลักในแนวท่อก๊าซและพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขานรับเป้าหมาย NDC 3.0 ของประเทศ มุ่งหน้าสู่ Net Zero ภายในปี 2593 พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลกศึกษานวัตกรรมการผลิต Green Hydrogen เตรียมพร้อมรับกระแสเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกอย่างยั่งยืน
เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นแผนการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero) เร็วขึ้น 15 ปี หรือภายในปี 2593
การผลักดันการใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะการใช้ก๊าซไฮโดรเจนและแอมโมเนีย ในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคขนส่งถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ได้บรรจุอยู่ในแผนเป้าหมาย NDC 3.0 การดำเนินงาน และต้องการเงินทุนสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ จากต่างประเทศ
ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้แอมโมเนีย (NH3) ผสมร่วมกับเชื้อเพลิง ต้องการเงินสนับสนุน 250.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(MtCO2eq) โรงไฟฟ้าที่ใช้ไฮโดรเจน (H2) ผสมร่วมกับเชื้อเพลิง ต้องการเงินสนับสนุน 112.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 0.5 MtCO2eq
เรือบรรทุกสินค้าไฮโดรเจน (ขนาด Handy Size) ต้องการเงินสนับสนุน 0.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.3 MtCO2eq การส่งเสริมรถบรรทุกไฮโดรเจน ต้องการเงินสนับสนุน 888.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพลดก๊าซเรือนกระจก 0.9 MtCO2eq การส่งเสริมเรือเฟอร์รี่และเรือสำราญโดยสารไฮโดรเจน ต้องการเงินสนับสนุน 0.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพลดก๊าซเรือนกระจก 0.3 MtCO2eq และการส่งเสริมใช้รถไฟพลังงานไฮโดรเจน ต้องการเงินสนับสนุน 320.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีศักยภาพลดก๊าซเรือนกระจก 0.6 MtCO2eq
ขณะที่ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพีฉบับใหม่ คาดว่าจะมีการบรรจุการใช้ไฮโดรเจนหรือแอมโมเนีย ใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับเชื้อเพลิงฟอสซิลราว 5 %
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดและยั่งยืน ได้เตรียมความพร้อมด้วยการศึกษาทางเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการนำก๊าซไฮโดรเจนหรือแอมโมเนียมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนา
โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงระบบเชื้อเพลิงผสมไฮโดรเจนในสัดส่วน 5% ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined-cycle) 6 แห่ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการเผาไหม้
ประกอบด้วย กลุ่มโรงไฟฟ้าหลักในแนวท่อก๊าซฝั่งตะวันออกและกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งมีโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ที่พร้อมต่อการศึกษาและนำร่องการผสมไฮโดรเจน (Hydrogen Blending) ประกอบด้วย 7 ชุดได้แก่ โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 1 (BPK-C1) มีกำลังผลิตตามสัญญา 1,386 เมกะวัตต์ และชุดที่ 5 (BPK-C5) กำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 (NB-C1) มีกำลังผลิต 670 เมกะวัตต์ และชุดที่ 2 (NB-C2) กำลังผลิต 828 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 3 (SB-C3) กำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ และชุดที่ 4 (SB-C4) กำลังผลิต 1,220 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 (WN-C4) มีกำลังผลิต 750 เมกะวัตต์
นอกจากโรงไฟฟ้าในแนวท่อก๊าซหลักแล้ว กฟผ. ยังได้กำหนดโรงไฟฟ้าในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นกลุ่มที่สามารถใช้เชื้อเพลิงผสมไฮโดรเจนได้ทันที หากมีการติดตั้งอุปกรณ์ผสมเชื้อเพลิงที่หน้าโรงไฟฟ้า (Mixing Station) เพื่อบริหารจัดการสัดส่วนไฮโดรเจนก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 (CHN-C1) กำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ และชุดที่ 2 (CHN-C2) กำลังผลิต 766 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นแกนหลักความมั่นคงไฟฟ้าในภาคใต้ และโรงไฟฟ้านํ้าพอง ชุดที่ 1 (NPO-C1) และชุดที่ 2 (NPO-C2) รวมกำลังผลิต 650 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ในการศึกษาดังกล่าว ประกอบด้วย การศึกษาข้อจำกัดโรงไฟฟ้าที่ใช้โฮโดรเจน ทั้งด้านความปลอดภัย เนื่องจากเป็นวัตถุไวไฟและโอกาสเกิดการรั่วไหลสูง ด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดมีราคาสูงกล่าวก๊าซธรรมชาติ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอุปกรณ์ เครื่องจักร ท่อส่งก๊าซ เพื่อให้รองรับการใช้งาน รวมถึงการจัดหาไฮโดรเจนให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ และการออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับเพื่อควบคุม กำกับ ดูแลการใช้งาน
“กฟผ. ให้ความสำคัญกับพลังงานไฮโดรเจน โดยได้ร่วมศึกษากับหลายหน่วยงาน อาทิ Doosan สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานปลอดคาร์บอน อาทิ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบไฮโดรเจนก้าวหน้าที่สุด ภายใต้นโยบาย Hydrogen Economy Roadmap ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การกักเก็บ ไปจนถึงระบบสถานีบริการและการใช้ในภาคพลังงาน
โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์จำนวนมาก เช่น โครงการ Shinincheon Bitdream โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิต 78.96 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ Doosan ทั้งหมดด้วย"
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษา/วิจัยและพัฒนาอื่น ๆ อาทิ โครงการศึกษาวิจัยแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต Green Hydrogen ด้วยวิธี Plasma Electrolysis แทนวิธี Electrolysis แบบดั้งเดิม โครงการศึกษาและเตรียมการพัฒนาโครงการไฮโดรเจนพื้นที่โรงไฟฟ้าน้้าพอง เพื่อสนับสนุนแผนการนำไปผสมร่วมกับเชื้อเพลิง โครงการ ไฮบริดอิเล็กโทรไลเซอร์ที่ใช้พลังงานต่ำ สำหรับการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวพร้อมกับการแปรรูป Bioethanol และโครงการการผลิตไฮโดรเจนอย่างยั่งยืนจากขยะเศษอาหารโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง