thansettakij
TDRI แนะ 6 ข้อเสนอจัดทำ “แผนพีดีพี” ฉบับใหม่ ปฏิบัติได้จริง
net-zero

TDRI แนะ 6 ข้อเสนอจัดทำ “แผนพีดีพี” ฉบับใหม่ ปฏิบัติได้จริง

In Brief

  • ทีดีอาร์ไอเสนอให้แผน PDP ฉบับใหม่ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและการแข่งขันในตลาดไฟฟ้า
  • ต้องมีกลไกทางการเงินและการลงทุนเพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะรองรับเทคโนโลยีใหม่และสร้างงานสีเขียว (Green Jobs)
  • จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เช่น Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมนวัตกรรมและการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนแผน

ช่วงสุญญากาศทางการเมือง ที่รัฐบาลใหม่ ยังไม่สามารถเข้าทำงานได้ ในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงาน ต่างเฝ้าจับตามองว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ จะมีการรื้อคณะกรรมการพยากรณ์และจัดทําแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือไม่

หลังนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานคณะกรรมการ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ทีมรัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ในการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่แทน

ในขณะที่คณะกรรมการดังกล่าว นับจากแต่งตั้งมา ปัจจุบันยังไม่มีการเดินหน้าจัดประชุมนัดแรกขึ้นมาดำเนินการแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคณะกรรมการอย่าง ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้สะท้อนถึง การจัดทำร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ไปยังรัฐบาลว่า แผนพีดีพีควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานแห่งชาติที่มีวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ตอบสนองต่อความท้าทายและความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

TDRI แนะ 6 ข้อเสนอจัดทำ “แผนพีดีพี” ฉบับใหม่ ปฏิบัติได้จริง

ในขณะที่การจัดทำแผนพีดีพีฉบับใหม่ จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ 6 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.เจตจำนงทางการเมือง ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญ เพราะหากรัฐบาลไม่มีวิสัยทัศน์และภารกิจเชิงนโยบายที่ชัดเจน การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเป็นเพียง “แผนบนกระดาษ” ที่ไม่มีการปฏิบัติจริง นอกจากนี้ต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างแผนที่มีมิติรอบด้าน และมีการกำหนดเป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น การปรับปรุงการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า และการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี

2.กฎหมายที่ล้าสมัย คืออุปสรรคต่อการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง การปรับปรุงกฎกติกาให้ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขัน เช่น การกำหนดค่าบริการที่ยุติธรรม การออกแบบตลาดไฟฟ้าเสรี และการเปลี่ยนผ่านจาก Enhanced Single Buyer ไปสู่ Multi-Buyer Model จะช่วยให้เกิดการลงทุนและนวัตกรรมใหม่ ๆ

3.ต้นทุนของพลังงานสะอาดจะไม่มีทางลดลง หากภาครัฐยังทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ควบคุม ไม่ใช่ผู้สนับสนุน กลไกทางการเงินและการลงทุน ต้องถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริม ให้เกิดการลงทุน เช่น มาตรการทางการคลัง การส่งเสริม Demand Response, Carbon Pricing, และ Green Finance นอกจากนี้ยังต้องมีการบริหารจัดการสัญญาและกองทุนอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมของประชาชน

 4.การเปลี่ยนผ่านที่ไม่มีบุคลากรที่มีความพร้อม คือความล้มเหลวที่รออยู่ข้างหน้า การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับเทคโนโลยีและระบบพลังงานใหม่ ๆ รวมถึงการสร้าง “งานสีเขียว” (Green Jobs) เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับแผน

5.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy หรือ RE) ไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่ หากโครงข่ายไฟฟ้ายังอยู่ในยุคอนาล็อก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เช่น Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรองรับการผลิตพลังงานที่หลากหลายและกระจายตัว นอกจากนี้ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและศูนย์วิเคราะห์พลังงานแห่งชาติจะช่วยให้การวางแผนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.แผนพีดีพีฉบับใหม่จะเป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ถ้าไม่มีนวัตกรรมมาเป็นแรงขับเคลื่อน การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา จะช่วยให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีพลังงานที่ทันสมัยและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการผลิตพลังงาน, ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ, หรือนวัตกรรมทางการเงินเพื่อพลังงานสีเขียว (Green Finance Innovation)

ดังนั้น การจัดทำแผนพีดีพีฉบับใหม่ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การเขียนเป้าหมายบนกระดาษ แต่ต้องอาศัยกลไกการขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและรอบด้าน เริ่มตั้งแต่เจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรให้พร้อมสำหรับอนาคต การผนึกกำลังของทุกภาคส่วนและความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างแท้จริง จะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าแผนพีดีพีฉบับใหม่จะสามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนให้กับประเทศไทยได้อย่างแท้จริงหรือไม่