thansettakij
thansettakij
กรมควบคุมมลพิษโต้ กกร. แจงปมสินบน ตั้งคำถามที่มาข้อมูล–ขอหลักฐานใน 7 วัน

กรมควบคุมมลพิษโต้ กกร. แจงปมสินบน ตั้งคำถามที่มาข้อมูล–ขอหลักฐานใน 7 วัน

15 พ.ค. 69 | 04:34 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 69 | 05:24 น.

กรมควบคุมมลพิษชี้แจงข้อเท็จจริงโต้ กกร. ปมสินบนเฉลี่ยสูงสุดกว่า 1 แสนบาท ตั้งข้อสงสัยกระบวนสำรวจและความน่าเชื่อถือของข้อมูล พร้อมส่งหนังสือขอหลักฐานภายใน 7 วัน

KEY

POINTS

  • กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ปฏิเสธผลสำรวจของ กกร. ที่ระบุว่าเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือและกระบวนการเก็บข้อมูล
  • คพ. ชี้แจงว่าขั้นตอนการทำงานของกรมฯ มีความโปร่งใส ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างและกระบวนการตรวจสอบมลพิษ ซึ่งไม่มีช่องทางให้เรียกรับผลประโยชน์ตามที่ถูกกล่าวหา
  • กรมฯ ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับผลสำรวจมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกำหนดกรอบเวลาให้ชี้แจงภายใน 7 วัน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงข้อเท็จจริงจากกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยข้อมูลประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจภาคเอกชนในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น พบว่า 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาตครั้งล่าสุด และ 45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งนี้ยังพบว่าหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดคือกรมควบคุมมลพิษ โดยมีจำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้งอยู่ที่ 102,160 บาท

นายสุรินทร์ระบุว่า เมื่อวานได้มีการประชุมผู้บริหารด่วนภายในกรมควบคุมมลพิษ โดยผลสรุปกรมฯ จะดำเนินการใน 2 เรื่อง ประกอบด้วย การจัดทำจดหมายเปิดผนึกถึงประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แถลง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อขอทราบข้อมูลผลสำรวจการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ซึ่งในเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปส่งหนังสือด้วยตนเองถึงทุกหน่วยงานเรียบร้อยแล้ว

ประเด็นที่สอง กรมควบคุมมลพิษยืนยันจัดแถลงข่าวชี้แจง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลการจัดการมลพิษทั่วประเทศ อีกทั้งยังกระทบต่อขวัญกำลังใจของบุคลากรทุกระดับ

ตั้งข้อสงสัยกระบวนการเก็บข้อมูลและความน่าเชื่อถือแบบสำรวจ

นายสุรินทร์กล่าวถึงข้อสงสัยต่อข้อมูลที่ กกร. นำเสนอ โดยเฉพาะกระบวนการเก็บข้อมูลว่าใช้วิธีการใดในการเก็บข้อมูล มีการเลือกกลุ่มตัวอย่างอย่างไร หรือเป็นเพียงการใช้ Google Document ส่งให้ผู้ตอบกรอกข้อมูลและสรุปว่าเป็น Sample Size ที่เหมาะสม มีการคัดเลือกและกรองข้อมูลหรือไม่ มีการทำโฟกัสกรุ๊ปหรือไม่ รวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ตรงกับกรมควบคุมมลพิษหรือเป็นบุคคลที่สาม และมีการระบุหน่วยงานถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากหลายครั้งพบว่าหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงเป็นหน่วยงานอื่น มิใช่กรมควบคุมมลพิษ หรือบางกรณีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นหน่วยงานของกรม

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อทุกฝ่าย จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลซ้ำอย่างรอบคอบ โดยตั้งคำถามว่ามีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลอย่างไรก่อนนำมาเผยแพร่และพาดพิงถึงกรมควบคุมมลพิษ

ในส่วนของข้อมูลที่กรมนำมาชี้แจงเพิ่มเติม นายสุรินทร์ระบุว่า จากเอกสารของ กกร. ในส่วนที่เป็น 9 ช่องทางที่อาจนำไปสู่การทุจริต เมื่อตัดตัวเลือกที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีศุลกากร จะเหลือเพียง 3 ช่องทาง โดยช่องทางแรกคือการขอใบอนุญาตอนุมัติ ซึ่งยืนยันว่าไม่มี ช่องทางที่สองคือการจัดซื้อจัดจ้างของกรมผ่านระบบ E-Procurement ซึ่งเป็นระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 100% และช่องทางสุดท้ายคือขั้นตอนที่อาจมีผลต่อการรับสินบนตามที่ถูกกล่าวหา

อธิบายขั้นตอนตรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ ย้ำไม่มีการเรียกรับเงิน

นายสุรินทร์อธิบายถึงกระบวนการทำงานในการตรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น โรงแรม อาคาร สถานประกอบการ หรือโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำ อากาศ หรือปัจจัยอื่น หากพบว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และไม่ใช่โรงงาน จะมีการออกหนังสือแจ้งให้แก้ไขภายในระยะเวลา 90-120 วัน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีการรับเงิน และไม่มีการปรับ โดยการปรับจะเกิดขึ้นเมื่อครบกำหนด 90-120 วันแล้วผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไข กรมจะกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง

ในทางกฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับรายวันที่ 2,000 บาทต่อวัน โดยค่าปรับทั่วไปอยู่ที่ 15,000–30,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ซึ่งนายสุรินทร์ตั้งคำถามต่อ กกร. ว่า ผู้ประกอบการรายใดจะยอมจ่ายเงิน 120,000 บาท เพื่อแลกกับค่าปรับสูงสุดเพียง 60,000 บาท โดยระบุว่าไม่เข้าใจเหตุผลของคำตอบดังกล่าว

เงินค่าปรับไม่ได้เข้าสู่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ แต่ดำเนินการผ่านระบบ E-Payment เข้าสู่งบประมาณของกระทรวงการคลังและงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ไม่มีรางวัลนำจับหรือผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ

ชี้กลไกกฎหมายโรงงานขนาดใหญ่ ไม่มีอำนาจเรียกรับผลประโยชน์ 

สำหรับกรณีโรงงานขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง ตามพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม มาตรา 82 (2) กำหนดกลไกตรวจสอบถ่วงดุล โดยกรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ตรวจสอบ แต่ไม่มีอำนาจดำเนินการขั้นสุดท้าย ต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้ดำเนินการต่อ ซึ่งนายสุรินทร์ตั้งข้อสังเกตว่า ในกระบวนการดังกล่าวกรมจะสามารถเรียกรับสินบนได้จากช่องทางใด

ทำหนังสือขอข้อมูลเชิงลึก กำหนดกรอบเวลา 7 วันตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายสุรินทร์กล่าวอีกว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมด กรมได้จัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลประกอบและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอคำชี้แจงเกี่ยวกับกระบวนการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะวิธีจำแนกกลุ่มตัวอย่าง เกณฑ์การคัดเลือกผู้ตอบแบบสอบถาม และวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยกำหนดให้ชี้แจงภายใน 7 วัน เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

หากกรมตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานแล้วพบว่ามีการทุจริตจริง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด แต่หากพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเงินจำนวนกว่า 100,000 บาทไม่เป็นความจริง กรมขอความเป็นธรรมเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของหน่วยงานที่สั่งสมมากว่า 34 ปี และเพื่อคืนขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษทุกระดับ