thansettakij
thansettakij
กกร. เปิดโพล 10 หน่วยงานคอร์รัปชัน  เอกชนแฉจ่ายใต้โต๊ะพุ่ง

กกร. เปิดโพล 10 หน่วยงานคอร์รัปชัน เอกชนแฉจ่ายใต้โต๊ะพุ่ง

14 พ.ค. 69 | 06:02 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 07:27 น.

กกร. เผยผลสำรวจคอร์รัปชันสะเทือน เอกชนกว่า 45% เคยจ่ายสินบน ตำรวจทางหลวง-กรมดังติดอันดับเสี่ยงสูงสุด ค่าหัวเฉลี่ยพุ่งแสนบาท

KEY

POINTS

  • กกร. เผยผลสำรวจภาคเอกชนชี้ว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรครุนแรงต่อการทำธุรกิจ โดยกว่า 45% ยอมรับว่าเคยจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ
  • ผลสำรวจพบว่ามูลค่าสินบนที่ภาคเอกชนจ่ายให้หน่วยงานรัฐมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 102,160 บาทต่อครั้ง โดยกรมควบคุมมลพิษและกรมเจ้าท่ามีมูลค่าเฉลี่ยสูงสุด
  • ตำรวจทางหลวง/จราจร เป็นหน่วยงานที่มีอัตราการเรียกรับผลประโยชน์สูงสุดถึง 100% จากจำนวนครั้งที่ภาคเอกชนเข้าไปติดต่อ

14 พฤษภาคม 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง 

โดย 89.1% ของภาคธุรกิจระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรค (ปานกลางถึงมากที่สุด) ต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ 51.2% มองว่าแนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา และ 51% ระบุว่า ความยุ่งยากในการติดต่อราชการเพิ่มขึ้น ขณะที่มีเพียง 3% ที่บอกว่าลดลง

ทั้งนี้ ประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจ 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต ครั้งล่าสุด 45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก 37.3% ยืนยันว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11–15% ของมูลค่าสัญญา

รูปแบบสินบนที่พบบ่อยที่สุด เงินสด (46.6%) ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง (23.1%) และการบริจาค/สปอนเซอร์ (18.7%) ขณะที่ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด พบสัญญาณน่ากังวล 27.3% มีบุคคลอ้างว่า "ช่วยให้ชนะ" และ 27.3% ได้รับ "ใบ้" ว่าควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางราย

โดยสาเหตุหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ขั้นตอนซับซ้อน (29.1%), กฎหมายเปิดช่องดุลพินิจมากเกินไป (25.0%), แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ (18.8%) 

ขณะที่ 52.3% ของภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ นอกจากนี้ 43.7% ระบุว่า "ไม่กล้าร้องเรียนเลย" แม้จะพบการเรียกรับผลประโยชน์

 

กกร. เผยสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส

 

จัดอันดับหน่วยงานตามความเสี่ยงสินบน

ผลสำรวจรอบนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน ประกอบด้วย

1.อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ

2. มูลค่าเฉลี่ยสินบนต่อครั้ง

หน่วยงานที่มีอัตรา “เสนอให้ส่งตอบแทน” สูงสุด 10 อันดับแรก

1. ตำรวจทางหลวง/จราจร ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.69 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.69 ครั้ง คิดเป็น 100.0%

2. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.06 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1 ครั้ง คิดเป็น 94.4%

3. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.09 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1 ครั้งคิดเป็น 91.7%

4. กรมเจ้าท่า ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.67 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.50 ครั้ง คิดเป็น 90.0%

5. กรมทางหลวง ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.46 ครั้งมีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.20 ครั้ง.คิดเป็น 82.0%

6. กรมโยธาธิการและผังเมือง ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.58 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 78.9%

7. ตำรวจท้องที่ ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.60 ครั้งมีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.24 ครั้ง คิดเป็น 77.7%

8. กรมทรัพย์สินทางปัญญา ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.32 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1 ครั้ง คิดเป็น 76.0%

9. กรมสรรพากร ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.49 ครั้งมีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.06 ครั้ง คิดเป็น 71.0%

10. กรมการขนส่งทางบก.ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.80 ครั้ง มีการเสนอให้ส่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 69.4%

หน่วยงานที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” 10 อันดับแรก (จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง)

1. กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาท ต่อครั้ง

2. กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาท ต่อครั้ง

3. กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาท ต่อครั้ง

4. กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาท ต่อครั้ง

5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เฉลี่ย 88,750 บาท ต่อครั้ง

6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาท ต่อครั้ง

7. กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาท ต่อครั้ง

8. กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาท ต่อครั้ง

9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาท ต่อครั้ง

10. กรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาท ต่อครั้ง

 

กกร. เผยสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส

 

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องเชิงนโยบายของ กกร. ได้แก่ มาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government/E-Procurement มาใช้ลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับเอกชน ตามด้วยการเพิ่มโทษผู้ทุจริตและการปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส และสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและทุจริต คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data/Open Contracting) เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ

ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมได้จัดให้มีช่องทางสำหรับประชาชนในการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหลากหลายและเข้าถึงได้มากขึ้น อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านระบบออนไลน์ www.nacc.go.th และสายด่วน 1205 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ผ่านสายด่วน 1206 รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ACT และเครือข่ายภาคประชาชน เช่น Corruption Watch แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ที่ร่วมทำหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการทุจริตในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง 

โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม การหยุดคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันเป็นหูเป็นตา สร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต และทำให้การร้องเรียนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

กกร. เผยสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส

 

ทั้งนี้ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงและบูรณาการช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการต่อต้านคอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึงมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันมิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวเลขที่ปรากฏในวันนี้จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก ร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กกร. เชื่อมั่นว่า ความโปร่งใสต้องเริ่มต้นจากการยอมรับข้อเท็จจริง และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ “ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย” อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันทั้งสังคม