

KEY
POINTS
วันที่ 9 มีนาคม 2569 ชาวกรุงเตหะรานตื่นขึ้นมาพบเส้นขอบฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยควันสีดำหนาทึบ หลังจากการโจมตีทางอากาศได้จุดไฟเผาคลังเก็บเชื้อเพลิงสำคัญของเมืองหลวงอิหร่าน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่และปล่อยมลพิษจำนวนมากสู่บรรยากาศ ขณะที่หน่วยงานด้านมนุษยธรรมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน เนื่องจากความเสี่ยงจากมลพิษพิษและฝนกรด
วิดีโอจำนวนมากที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นเปลวไฟขนาดใหญ่ลุกไหม้บริเวณเส้นขอบฟ้าในพื้นที่ทางตะวันตก ใต้ และเหนือของกรุงเตหะราน สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า คลังเก็บน้ำมันหลายแห่งถูกโจมตี ส่งผลให้น้ำมันและเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลลุกไหม้ต่อเนื่องไปจนถึงกลางคืน
สำนักข่าวกึ่งทางการ Fars ของอิหร่านระบุว่า เครื่องบินรบของอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อยสามแห่ง ขณะที่เอลี โคเฮน รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล ยืนยันการโจมตีดังกล่าว โดยอ้างว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ถูกใช้โดยกองทัพอิหร่าน พร้อมเตือนว่าโรงกลั่นน้ำมันและโรงไฟฟ้าอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะที่การสู้รบยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและตลาดโลก โดยสื่อของรัฐอิหร่านยังรายงานด้วยว่า ผู้นำสูงสุดคนถัดไปของประเทศ ซึ่งจะสืบตำแหน่งต่อจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หลังจากถูกสังหารในการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้รับการคัดเลือกแล้ว และจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนในพื้นที่รายงานถึงสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยควันพิษและความหวาดกลัว
มันน่ากลัวมาก ทั้งกลางวันกลางคืน ตอนกินหรือนอน ความหวาดกลัวมีอยู่ทุกที่
ชาวกรุงเตหะรานฝั่งตะวันตกคนหนึ่งกล่าวผ่านข้อความ WhatsApp โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ยังรายงานว่า มีปรากฏการณ์คล้าย “ฝนน้ำมัน” ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขณะที่ภาพวิดีโอจากคลังเก็บน้ำมัน Shahran ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง แสดงให้เห็นกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีในปฏิบัติการทางทหารก่อนหน้านี้เช่นกัน
สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านออกแถลงการณ์เตือนประชาชนไม่ให้ออกจากบ้าน เนื่องจากระดับมลพิษพิษในอากาศเพิ่มสูงขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงต่อโรคปอดและโรคผิวหนังจาก ฝนกรด และระบุว่าแม้ฝนจะหยุดตกแล้ว การระเหยของน้ำฝนอาจยังทำให้ระดับสารพิษในอากาศสูงอยู่
ข้อมูลจาก Human Rights Activist News Agency ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีพลเรือนในอิหร่านเสียชีวิตแล้ว 1,205 คน รวมถึงเด็ก 194 คน
หยาดน้ำฟ้า เช่น ฝน หมอก หรือหิมะ ที่มีความเป็นกรดสูงกว่าปกติ เนื่องจากมลพิษในอากาศทำปฏิกิริยากับไอน้ำในบรรยากาศ ก่อนตกลงสู่พื้นโลก
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า “ฝนกรด” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมลพิษในอากาศผสมกับไอน้ำในบรรยากาศ ก่อนรวมตัวเป็นเมฆฝนและตกกลับลงสู่พื้นโลกในรูปแบบของหยาดน้ำฟ้าที่มีความเป็นกรด ก๊าซพิษและฝุ่นละอองที่สะสมอยู่ในบรรยากาศจะถูกพัดพากลับสู่พื้นผิวโลก ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
ในทางเคมี ฝนจะถือว่ามีความเป็นกรดเมื่อค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH ลดลงต่ำกว่า 5.6 แม้เพียงเล็กน้อย และยิ่งค่าดังกล่าวลดต่ำลงเท่าใด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
ฝนกรดสามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น การปะทุของภูเขาไฟ ไฟป่า และกระบวนการย่อยสลายของสสารอินทรีย์ สามารถปล่อยสารประกอบกำมะถันและไนโตรเจนสู่บรรยากาศ ซึ่งมีส่วนต่อการก่อตัวของฝนกรด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดยังคงมาจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม การผลิตพลังงาน ระบบทำความร้อน และไอเสียจากยานพาหนะ ซึ่งปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์สู่บรรยากาศ เมื่อก๊าซเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับไอน้ำในอากาศ จะทำให้หยาดน้ำฟ้ามีความเป็นกรดมากขึ้น
ผลกระทบของฝนกรดสามารถเกิดขึ้นกับระบบนิเวศแทบทุกส่วนของโลก ตั้งแต่การปนเปื้อนในดินและระบบนิเวศน้ำจืด ไปจนถึงความเสียหายต่อพืชพรรณ เนื่องจากความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้นสามารถรบกวนกระบวนการสังเคราะห์แสง ลดความสามารถของพืชในการต้านทานเชื้อราและศัตรูพืช และส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร
นอกจากนี้ ฝนกรดยังสามารถทำลายโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ได้ในระยะยาว โดยเฉพาะอาคารที่สร้างจากหินปูนหรือคอนกรีต เนื่องจากความเป็นกรดสามารถทำให้วัสดุเหล่านี้ค่อย ๆ ละลาย ส่งผลให้ความมั่นคงของโครงสร้างลดลงและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
แม้ในหลายประเทศพัฒนาแล้ว ผลกระทบของฝนกรดจะลดลงอย่างมากจากการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสะอาด แต่ในหลายภูมิภาคของโลก ปัญหานี้ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังพึ่งพาการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเข้มข้น
นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การใช้ระบบกรองมลพิษในภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นมาตรการสำคัญในการลดการเกิดฝนกรดและมลพิษทางอากาศในระยะยาว
เหตุการณ์ในกรุงเตหะรานจึงสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งทางทหารไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายผลไปสู่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อประชาชนและภูมิภาคในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง