

KEY
POINTS
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เดินหน้าปรับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Digital Transformation มาใช้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการข้อมูล ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว
ดร.กิตติวัตร โสมวดี ที่ปรึกษาการส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Tech-Driven Company โดยนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และการบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ Intelligent Cost Optimization Model (iCOM) ระบบ AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อวิเคราะห์และกำหนดจุดควบคุมต้นทุนการผลิตผงซักฟอกให้เหมาะสมที่สุด ช่วยรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล The Best Award จากการประกวดนวัตกรรมเครือสหพัฒน์ (Chairman Award) ครั้งที่ 22 ประจำปี 2569 นับเป็นการได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 11
นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นอีก 3 โครงการ ได้แก่ Digital Twin for Intelligent Production Scheduling and Control, Smart Circular Scrubber System (Turning Waste into Valuable Resource) และ Rotating Pipe Transfer System ซึ่งครอบคลุมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
โดยระบุว่า การลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Digital Transformation ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเดินหน้าพัฒนาโรงงานอัจฉริยะควบคู่กับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ Net Zero
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยี บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและการเข้าร่วมเวทีประกวดระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้รับรางวัล Thailand Kaizen Award ระดับ Golden Award ต่อเนื่อง 3 ปี และ Thailand Japan Decarbonization Award ระดับ Diamond Award ประจำปี 2569
ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การเร่งนำ AI และระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในสายการผลิตสะท้อนแนวโน้มการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมไทย ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และใช้ข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อรับมือกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้นและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
การเดินหน้าพัฒนา Smart Factory และเทคโนโลยี AI ของไลอ้อนจึงเป็นอีกตัวอย่างของการปรับตัวของภาคการผลิตไทย ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโต ควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง