"บีซีพีจี"แนะรัฐลดค่าสายส่งดึงผลิตไฟส่วนเกินเข้าระบบ หวังกดต้นทุนค่าไฟ

19 พ.ย. 2566 | 01:29 น.

"บีซีพีจี"แนะรัฐลดค่าสายส่งดึงผลิตไฟส่วนเกินเข้าระบบ หวังกดต้นทุนค่าไฟ ชี้จะทำให้ลดวงเงินลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้จำนวนมาก ระบุค่าไฟปัจจุบันไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยถึงข้อเสนอนโยบายไฟฟ้าต่อรัฐบาลว่า ต้องการให้รัฐบาลลดอัตราค่าบริการสายส่งและจำหน่าย (วิลลิ่งชาร์จ) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.60 บาทต่อหน่วย 

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งเอกชนและภาคประชาชนนำไฟฟ้าส่วนเกินที่เหลือในระบบประมาณ 30-40% ขายเข้าระบบ โดยจะทำให้ลดวงเงินลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้จำนวนมาก 

อีกทั้งยังจะทำให้ประชาชนลดต้นทุนค่าไฟ จากปัจจุบันที่รัฐบาลลดอัตราค่าไฟเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย ประชาชนได้ประโยชน์ก็จริง 

แต่ค่าไฟดังกล่าวไม่ได้สะท้อนต้นทุนจริงที่สูงกว่าค่าไฟอัตราดังกล่าวมาก ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระแทนประชาชน ซึ่งภาระดังกล่าวสุดท้ายต้องส่งกลับเข้าไปในค่าไฟหลังจากนี้อยู่ดี

นอกจากนี้ ยังต้องการให้ภาครัฐลดขั้นตอนกฎระเบียบในการจัดทำมาตรการคาร์บอนเป็นศูนย์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น
 

นายนิวัติ กล่าวอีกว่า สำหรับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจปี 2567 ประกอบด้วย 

  • ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังไม่ดี อัตราดอกเบี้ยยังคงสูง ก่อให้เกิดต้นทุนด้านการเงินและกระทบต่อผลตอบแทน และการกู้เงิน
  • ราคาเชื้อเพลิงที่ยังคงมีความผันผวนทั้ง น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้นดีจะดีกับบริษัทฯ แต่บางโครงการจะมีต้นทุนค่าขนส่ง 
  • ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเกิดขึ้น จะยังคงเป็นความเสี่ยงที่ขยายวงกว้างขึ้น