

KEY
POINTS
นายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก
โดยที่ผ่านมาได้มุ่งขับเคลื่อนตามกรอบ Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap ซึ่งมีผลการดำเนินงาน เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกได้มากกว่า 800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และได้รับการสนับสนุนเงินทุนสีเขียวจากต่างประเทศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคปูนซีเมนต์และคอนกรีตสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการ Decarbonization of Cement and Concrete Sectors in Thailand ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐาน และการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ อันเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมของไทยต่อทิศทางการค้าและการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
อีกทั้งยังร่วมขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และการดำเนินงานจริง โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Transitioning Industrial Clusters Initiative ของ World Economic Forum เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแรกของไทย ลำดับที่ 3 ของอาเซียน และลำดับที่ 21 ของโลก
รวมถึงขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคผ่านการริเริ่มจัดทำ 2035 AFCM Decarbonization Roadmap เพื่อสนับสนุนทิศทางการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียน
“การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขันและบริบทใหม่ของการค้า การพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานและระบบการรับรอง จะช่วยเพิ่มความพร้อมของผู้ประกอบการไทยต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่การผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Public Procurement) จะช่วยสร้างความต้องการสินค้าคาร์บอนต่ำ และเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนสีเขียวในอนาคต”
นายสุรชัย กล่าวอีกว่า แนวทางการทำงานจะมุ่งเชื่อมโยง นโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการพัฒนาภาคการผลิตการค้า และการลงทุน รวมถึงทำหน้าที่เป็น Strategic Platform เชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม ประเทศ และนานาชาติ ให้เกิดการขับเคลื่อนจากเป้าหมายสู่การปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นกลไกที่เชื่อมโยงความร่วมมือและสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสมาชิก อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจไทย โดยล่าสุดจากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ได้รางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประเมินตามหลัก Balanced Scorecard
สิ่งสำคัญของการทำงานคือการสร้างพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเปลี่ยนเป้าหมายร่วมให้เกิดการลงมือทำจริง เพราะการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง พลังของความร่วมมือจะทำให้เป้าหมายสามารถเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติและผลลัพธ์ที่สร้างคุณค่าได้ทั้งต่ออุตสาหกรรม การค้า เศรษฐกิจ และประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยอย่างต่อเนื่องสู่ The NEXT Chapter to Net Zero 2050
ข่าวที่เกี่ยวข้อง