thansettakij
thansettakij
TCMA-แคนาดาดัน ‘CCS’ สู่การปฏิบัติจริง หนุนเศษฐกิจคาร์บอนต่ำ

TCMA-แคนาดาดัน ‘CCS’ สู่การปฏิบัติจริง หนุนเศษฐกิจคาร์บอนต่ำ

09 มี.ค. 2569 | 07:52 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 08:12 น.

TCMA-แคนาดาดัน ’CCS’ สู่การปฏิบัติจริง เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมสีเขียว หนุนเศษฐกิจคาร์บอนต่ำ

KEY

POINTS

  • สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมมือกับรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา เพื่อผลักดันเทคโนโลยีดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) สู่การปฏิบัติจริงในไทย
  • เทคโนโลยี CCUS เป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ซึ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
  • ตั้งเป้าหมายนำร่องติดตั้งหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit) ในโรงงานปูนซีเมนต์พื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ภายในกลางปี 2569

ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยภายหลังหารือกับคณะผู้แทนระดับสูงจากรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา ว่า ได้ดำเนินการผลักดันเทคโนโลยี CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage) สู่การปฏิบัติจริงในประเทศไทย 

รวมถึงเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมสีเขียวจากต่างประเทศ เข้าสู่ภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ผ่านการร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรระดับนานาชาติ และมุ่งยกระดับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การดำเนินงานในพื้นที่จริง

“ตามโรดแมปของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ กว่า 45% ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่สามารถลดได้ด้วยมาตรการทั่วไปเพียงอย่างเดียว จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี CCUS เข้ามาเป็นเป็นคำตอบสำคัญ” 

สำหรับความร่วมมือระยะนี้จะเริ่มจากการพัฒนาและทดสอบ Carbon Capture เพื่อเสริมความพร้อมด้านเทคนิคของอุตสาหกรรม ก่อนต่อยอดสู่ CCU (Carbon Capture and Utilization) เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนที่ดักจับได้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น การพัฒนาเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ และในบางส่วนสามารถพัฒนาไปสู่ CCS (Carbon Capture and Storage) เพื่อการกักเก็บอย่างปลอดภัยในระยะยาว ครอบคลุมทั้งมิติเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ

โดยหมุดหมายสำคัญ คือ การนำร่องติดตั้ง Mobile Carbon Capture Unit ในโรงงานปูนซีเมนต์ของสมาชิก TCMA ในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ภายในกลางปี 2569 ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Environment and Climate Change Canada (ECCC), UNIDO, GCCA, TCMA, รัฐซัสแคตเชวัน และมหาวิทยาลัยรีไจนาผ่านสถาบัน Clean Energy Technologies Research Institute (CETRI) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี CCUS มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

นายเคน เช้เวลเดย์ออฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและแคนาดา โดยเฉพาะรัฐซัสแคตเชวันที่ได้ผสานบทบาทของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง และเป็นรากฐานในการต่อยอดความร่วมมือด้านอื่นๆ อีกต่อไป

ศาสตราจารย์เจฟฟ์ เคเชน อธิการบดีและและรองนายกสภามหาวิทยาลัยรีไจนา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน