

KEY
POINTS
ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
โดยล่าสุดได้ดำเนินการร่วมกับประเทศแคนาดานำเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) มาทดลองใช้จริงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย เพื่อทดสอบศักยภาพเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ผ่านการร่วมมือ
“การดำเนินการดังกล่าวเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–แคนาดาภายใต้โครงการ Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand โดยนำหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit : MCCU) เข้ามาทดลองใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก“
โครงการดังกล่าวสะท้อนความจริงจังของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ Net Zero ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ โดย TCMA ทำหน้าที่เป็นแกนกลางเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และองค์กรระดับโลก เพื่อพัฒนาโซลูชันลดคาร์บอนที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง
“การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ของอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sector) เช่นอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และองค์ความรู้ เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม”
สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแคนาดา ผ่านกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Environment and Climate Change Canada : ECCC) โดยองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยบริหารโครงการ เพื่อพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทย
ภายใต้โครงการ TCMA ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดย MCCU จะถูกนำไปติดตั้งหมุนเวียนในโรงงานของผู้ผลิตปูนซีเมนต์สมาชิก TCMA ในพื้นที่สระบุรี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เก็บข้อมูลเชิงเทคนิค และประเมินแนวทางการลงทุนในอนาคต
อย่างไรก็ดี สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ทำหน้าที่เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และพันธมิตรระหว่างประเทศ (Public-Private Partnership : PPP) เพื่อทดลองและขยายผลเทคโนโลยีลดคาร์บอน รวมถึงสร้างต้นแบบกลไกการลงทุนสำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
”พื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และแนวทางการลงทุน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว“
ดร.ชนะ กล่าวอีกว่า การนำ MCCU มาทดลองใช้งานจริงในไทยเป็นการยกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่มีความท้าทายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ต้องอาศัยระยะเวลา ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะในบริบทที่มาตรการด้านคาร์บอน เช่น Carbon Pricing และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในระดับสากล
“ความร่วมมือดังกล่าวเป็นกลไกลในการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมถึงเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และยกระดับบทบาทของไทยในฐานะต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน”นางสาวริเชลล์ บูร์กวง ปลัดกระทรวงการค้าและการพัฒนาการส่งออก รัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
อีกทั้งยังเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสะอาด การวิจัย และนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในอนาคต ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของโครงการ คือการนำ MCCU ซึ่งพัฒนาโดย Clean Technology Technologies Research Institute (CETRI) แห่งมหาวิทยาลัยรีไจน่า ประเทศแคนาดา เข้ามาทดสอบในประเทศไทย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและแนวทางการประยุกต์ใช้ในบริบทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง