

KEY
POINTS
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ผนึกผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เดินหน้าวางรากฐานการพัฒนา “แคลไซน์ เคลย์ ซีเมนต์” (Calcined Clay Cement: LC3) นวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เร่งลดการคาร์บอน ตาม Thailand 2050 Net Zero Cement & Concrete Roadmap ตั้งเป้าผลิตเชิงพาณิชย์ ปี 2573 เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย NDC 3.0 ของประเทศ และต่อยอดความร่วมมือสู่ระดับอาเซียน
ดร. ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA เปิดเผยในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “LC3–Limestone Calcined Clay Cement: Adoption and Best Practices” จัดโดย องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ภายใต้โครงการลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของไทย
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา ว่า LC3 เป็นหนึ่งใน 7 มาตรการหลักของโรดแมปอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และเป็นกลไกสำคัญภายใต้ NDC 3.0 ของไทย
การพัฒนา LC3 สอดคล้องกับทิศทางโลกในการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมหนัก โดยอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เป็นภาคส่วนที่ลดคาร์บอนได้ยาก (hard-to-abate sector) คิดเป็นประมาณ 7–8% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก จำเป็นต้องเร่งใช้เทคโนโลยีที่ลดได้จริงและขยายผลได้ทันที สอดรับกับกรอบความร่วมมือของ Global Cement and Concrete Association (GCCA) ที่ขับเคลื่อน Net Zero Cement & Concrete Roadmap ในระดับสากล
“LC3 เป็นก้าวถัดไปของนวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ ที่เน้นคุณสมบัติตามมาตรฐาน (performance based) ตอบโจทย์การใช้งาน โดยสมาชิก TCMA มุ่งดำเนินการลดสัดส่วนปูนเม็ด (clinker factor) อย่างมีนัยสำคัญ ใช้ดินเหนียวเผาเที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแทนที่ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ สูงสุดราว 40% เมื่อเทียบกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ พร้อมคงคุณสมบัติตามมาตรฐาน ทั้งด้านความแข็งแรงและความทนทาน นับเป็นพัฒนาการต่อเนื่องของอุตสาหกรรม และต่อยอดความสำเร็จในการผลักดัน “ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก” ซึ่งปัจจุบันเป็นปูนซีเมนต์โครงสร้างหลักของไทย และช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 1 ล้านตันต่อปี” ดร. ชนะ กล่าว
การขับเคลื่อน LC3 ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ อาทิ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อบูรณาการสู่ NDC 3.0 ทั้งมิติการดำเนินงาน การผลิต และระบบติดตามตรวจสอบ (MRV) ควบคู่ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐาน และกลไกการเงินสีเขียว รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero อย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ TCMA เตรียมเชื่อมโยงการพัฒนา LC3 เข้ากับโครงการ SARABURI SANDBOX พื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของไทย ครอบคลุมการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เชื้อเพลิงทดแทน และพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุน NDC 3.0 ในระดับพื้นที่
ในระดับภูมิภาค TCMA ยังขับเคลื่อนผ่านสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) ภายใต้ AFCM Decarbonization Roadmap เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และจัดแนวทางลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์อาเซียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก
ดร.ชนะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ LC3 ยังไม่เกิดขึ้นเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยขณะนี้ โดยมีเป้าหมายการผลิตภายในปี 2573 แต่อุตสาหกรรมกำลังวางรากฐานอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐาน และกรอบนโยบาย ความสำเร็จจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนที่ชัดเจนและต่อเนื่องจากภาครัฐ ทั้งด้านวัตถุดิบ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว และเครื่องมือทางการเงิน ควบคู่ความร่วมมือในรูปแบบ Public–Private–People Partnership (PPP)
เพื่อเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับขีดความสามารถตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากทุกภาคส่วนเดินหน้าร่วมกันอย่างจริงจัง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยจะสามารถก้าวจากภาคส่วนที่ ‘ลดได้ยาก’ สู่การเป็น ‘ส่วนหนึ่งของทางออก’ (be part of solution) ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง