thansettakij
thansettakij
เคทีซีชู 'การเงินยั่งยืน' จากเข้าถึงสินเชื่อ สู่ความมั่นคงทางการเงิน

เคทีซีชู 'การเงินยั่งยืน' จากเข้าถึงสินเชื่อ สู่ความมั่นคงทางการเงิน

06 ก.ย. 69 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ย. 69 | 07:50 น.

เคทีซีชูแนวคิด Sustainable Finance จากการเข้าถึงสินเชื่อสู่ความมั่นคงทางการเงิน ชี้โจทย์ใหม่ภาคการเงินต้องสร้างความแข็งแรงให้ครัวเรือน ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนไทย 85.9% ของ GDP

KEY

POINTS

  • เคทีซีชี้ว่า “การเงินยั่งยืน” ไม่ได้จำกัดแค่ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Finance) แต่ครอบคลุมมิติสังคมและคุณภาพชีวิต
  • โจทย์สำคัญของภาคการเงินในยุคหนี้ครัวเรือนสูง คือต้องเปลี่ยนจากการเน้นให้คน “เข้าถึงสินเชื่อ” ไปสู่การสร้าง “ความมั่นคงทางการเงิน” ในระยะยาว
  • ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการทางการเงินไม่ได้จบที่การอนุมัติสินเชื่อ แต่ต้องดูแลและส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการหนี้ได้อย่างยั่งยืน

เคทีซีชี้ Sustainable Finance ไม่ได้จำกัดแค่ Green Finance แต่ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต ย้ำโจทย์ใหม่ภาคการเงินต้องทำให้การเข้าถึงสินเชื่อนำไปสู่ความแข็งแรงทางการเงินระยะยาว ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนไทยยังสูง 85.9% ของ GDP

เคทีซีชี้ Sustainable Finance ต้องไปไกลกว่า Green Finance

เมื่อพูดถึง “การเงินเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Finance) ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นการลงทุนในพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ในความเป็นจริง Green Finance เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Sustainable Finance ที่มีขอบเขตกว้างกว่านั้น โดยครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ

ท่ามกลางโลกที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงวัย และปัญหาหนี้ครัวเรือน บทบาทของภาคการเงินจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างผลตอบแทนสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ผลตอบแทนดังกล่าวกำลังสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว หรือกำลังสร้างต้นทุนที่ต้องส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

หนี้ครัวเรือนสูง โจทย์ใหม่ไม่ใช่แค่ “เข้าถึงสินเชื่อ”

สำหรับประเทศไทย ประเด็นความยั่งยืนทางการเงินยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น โดยข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 85.9% ของ GDP แม้ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่ยังสะท้อนภาระทางการเงินที่กดดันความสามารถของครัวเรือนในการใช้จ่าย การออม และการลงทุน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้โจทย์ของระบบการเงินยุคใหม่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงสินเชื่อ ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ การเข้าถึงบริการทางการเงินนั้นช่วยสร้างความเข้มแข็งทางการเงินในระยะยาวหรือไม่

เพราะการเข้าถึงสินเชื่อเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าคุณภาพชีวิตของผู้กู้จะดีขึ้น หากการก่อหนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการวางแผนหรือขาดความเข้าใจที่เพียงพอ โอกาสทางการเงินก็อาจกลายเป็นความเปราะบางทางการเงินได้

วัดความสำเร็จการเงินยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ยอดสินเชื่อ

ในอดีต ความสำเร็จของภาคการเงินมักถูกประเมินผ่านตัวเลขยอดสินเชื่อ มูลค่าการลงทุน หรือกำไรสุทธิ แต่แนวคิด Sustainable Finance กำลังทำให้เกิดตัวชี้วัดอีกชุดหนึ่งว่า เงินที่ถูกปล่อยออกไปสามารถสร้างความแข็งแรงให้กับระบบเศรษฐกิจจริงได้มากน้อยเพียงใด

คำถามสำคัญจึงรวมถึงว่า ผู้บริโภคสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ บริการทางการเงินช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตหรือไม่ และระบบการเงินสามารถช่วยให้ครัวเรือนรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นเพียงใด

ในมุมมองของ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ความยั่งยืนทางการเงินไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ แต่สามารถเกิดขึ้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของสมาชิก โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่ออย่างเหมาะสม การได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใส การมีเครื่องมือช่วยบริหารค่าใช้จ่าย รวมถึงการได้รับการดูแลเมื่อเผชิญความท้าทายทางการเงิน

จาก “ปล่อยสินเชื่อ” สู่ความรับผิดชอบตลอดเส้นทาง

หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้คือ ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการทางการเงินไม่ควรสิ้นสุดลงเมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ แต่ต้องครอบคลุมไปถึงการทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและมีความยั่งยืน

การให้ข้อมูลที่เข้าใจง่ายและโปร่งใส การส่งเสริมให้ผู้บริโภควางแผนค่าใช้จ่าย และการมีเครื่องมือช่วยบริหารภาระทางการเงิน จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างระบบการเงินที่มีความรับผิดชอบ

หากครัวเรือนมีความเข้มแข็งทางการเงินมากขึ้น ย่อมมีศักยภาพในการบริโภค ออม ลงทุน และรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น และท้ายที่สุดจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม

Sustainable Finance ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

แนวคิดการเงินเพื่อความยั่งยืนจึงไม่ได้เป็นเรื่องของสถาบันการเงินหรือองค์กรขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับทุกคนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค

เพราะทุกการตัดสินใจทางการเงินในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ การใช้จ่าย การออม หรือการลงทุน ล้วนมีผลต่อความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงและคุณภาพชีวิตในอนาคต

ดังนั้น Sustainable Finance จึงกำลังขยับจากแนวคิดเรื่อง “เงินที่สร้างผลตอบแทน” ไปสู่ “เงินที่สร้างคุณค่าอย่างรับผิดชอบ” โดยเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสร้างความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้คนและสังคม พร้อมลดภาระที่อาจถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไป