thansettakij
thansettakij
จุดเปลี่ยน 'ตุ๊กตุ๊กไทย' สู่ EV ลดคาร์บอน 90% ลุ้นเปลี่ยน 7,800 คัน รับ Net Zero

จุดเปลี่ยน 'ตุ๊กตุ๊กไทย' สู่ EV ลดคาร์บอน 90% ลุ้นเปลี่ยน 7,800 คัน รับ Net Zero

12 ส.ค. 69 | 05:16 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 69 | 05:16 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ ตุ๊กตุ๊กไทยสู่ EV ลดคาร์บอน 87-90% เผยกรุงเทพฯ มีตุ๊กตุ๊ก 8,631 คัน เป็น EV เพียง 9.6% แนะรัฐช่วยต้นทุนเปลี่ยนผ่าน

KEY

POINTS

  • กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกกฎจำกัดการใช้ตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปในกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV)
  • การเปลี่ยนมาใช้ตุ๊กตุ๊ก EV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 87-90% โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนรถที่เหลืออีกประมาณ 7,800 คัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero
  • ต้นทุนการเปลี่ยนรถเป็นอุปสรรคสำคัญ จึงเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น เงินอุดหนุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการสร้างสถานีชาร์จ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย หลังกรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังร่างกฎกระทรวงจำกัดการใช้ตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปในกรุงเทพฯ ชั้นใน ชู EV ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ 87-90% แต่รัฐต้องช่วยผู้ขับรับต้นทุนเปลี่ยนผ่าน ทั้งเงินอุดหนุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสถานีชาร์จเฉพาะรถสาธารณะ

จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย สู่การเดินทางคาร์บอนต่ำ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อุตสาหกรรมตุ๊กตุ๊กไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวงที่เสนอให้จำกัดการใช้รถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเปิดทางให้รถสามล้อไฟฟ้าสามารถให้บริการได้ หรือกำหนดช่วงเวลาในการเดินรถสำหรับรถบางประเภท 

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อจัดระเบียบและลดมลพิษทางอากาศและเสียงในพื้นที่เมืองเก่า รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยกรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 

ตุ๊กตุ๊ก EV ลดคาร์บอนสูงถึง 90%

ปัจจุบันตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปส่วนใหญ่ใช้ LPG ซึ่งยังเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ตุ๊กตุ๊กประเภทดังกล่าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 336 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร

ขณะที่ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh แม้จะยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า แต่ประเมินอยู่ที่เพียงประมาณ 35-44 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร และไม่มีการปล่อยก๊าซจากท่อไอเสีย ณ จุดใช้งาน

ส่งผลให้การเปลี่ยนจากตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปมาเป็น EV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ประมาณ 87-90% อีกทั้งยังช่วยลดปัญหากลิ่น ควัน เสียงเครื่องยนต์ และแรงสั่นสะเทือน ซึ่งมีความสำคัญต่อพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น

ตุ๊กตุ๊กกรุงเทพฯ 8,631 คัน EV ยังมีแค่ 9.6%

ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กรุงเทพมหานครมีรถยนต์รับจ้างสามล้อประเภท รย.8 จำนวน 8,631 คัน แต่ในจำนวนนี้เป็นรถไฟฟ้าเพียง 829 คัน หรือ 9.6%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า หากมีการผลักดันให้ตุ๊กตุ๊กในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้า ยังมีรถเครื่องยนต์สันดาปอีกประมาณ 7,800 คัน ที่ต้องปรับตัว

หากรถกลุ่มดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็น EV ได้ทั้งหมด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 84,500-140,000 ตัน CO₂e ต่อปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการระดับเมืองที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero 2050 ของไทย

 

ต้นทุนเปลี่ยนผ่านโจทย์ใหญ่ รัฐต้องช่วยผู้ขับ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ EV ยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะด้านต้นทุน เนื่องจากผู้ขับตุ๊กตุ๊กจำนวนไม่น้อยอาจไม่สามารถหาเงินทุนเพื่อซื้อรถใหม่ทั้งคันได้ ขณะที่บางรายยังมีภาระหนี้จากรถคันเดิม และต้องพึ่งพารายได้จากการขับรถในแต่ละวัน

ดังนั้น การผลักดันมาตรการดังกล่าวจึงควรดำเนินควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ เช่น เงินอุดหนุนส่วนต่างราคา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การรับซื้อรถเก่า หรือการดัดแปลงรถเดิมให้เป็นระบบไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จที่รองรับรถสาธารณะโดยเฉพาะ

มาตรการเหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ที่มีแผนงานครอบคลุมโครงการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ขับและทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริง

เสียงดังไม่ใช่ปัญหาจากตุ๊กตุ๊กทุกคัน

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ประเด็นมลพิษทางเสียงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน เนื่องจากเสียงดังส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการดัดแปลงท่อไอเสียของผู้ขับบางกลุ่ม ไม่ได้เกิดจากตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปทุกคันในระดับเดียวกัน

ดังนั้น ภาครัฐอาจพิจารณาใช้มาตรการควบคุมและจัดการเป็นรายกรณี ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานด้านเสียง แทนการเหมารวมว่ารถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปทุกคันก่อให้เกิดผลกระทบในระดับเดียวกัน

เปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่รักษา Soft Power ได้

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นระบบไฟฟ้าไม่น่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ Soft Power ของไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเอกลักษณ์ของตุ๊กตุ๊กไม่ได้อยู่ที่เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่รูปทรง สีสัน การตกแต่ง และรูปแบบการให้บริการ

ดังนั้น ตุ๊กตุ๊ก EV ยังสามารถรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้ พร้อมเพิ่มจุดขายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ Green Tourism และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ตุ๊กตุ๊ก EV โอกาสใหม่ของเมืองสีเขียว

การเปลี่ยนผ่านตุ๊กตุ๊กสู่ EV จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากน้ำมันหรือ LPG เป็นไฟฟ้า แต่เป็นการปรับรูปแบบระบบขนส่งสาธารณะในเมืองให้สอดรับกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวในอนาคต

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของนโยบายจะขึ้นอยู่กับการออกแบบมาตรการเปลี่ยนผ่านให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของผู้ขับ หากภาครัฐสามารถลดภาระต้นทุน จัดหาแหล่งเงินทุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับได้อย่างเพียงพอ ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอาจกลายเป็นทั้ง เครื่องมือช่วยลดคาร์บอนของกรุงเทพฯ และภาพจำใหม่ของ Green Tourism ไทย ได้ในเวลาเดียวกัน