
รีวิว Nissan Kicks รุ่นใหม่ปี 2026 ปรับครั้งใหญ่ ท้าทาย EV
รีวิว Nissan Kicks ใหม่ รุ่นปี 2026 ปรับรูปโฉม เพิ่มฟังก์ชัน พร้อมขุมพลัง e-Power ไฮบริดแบบซีรีย์ ขับดี ประหยัดน้ำมัน
Nissan Kicks รุ่นปี 2026 อัพเกรดทั้งรูปโฉม และฟังก์ชันต่างๆ จนนิสสันกล้าพูดว่า นี่คือรถใหม่แบบ All new
ตามความเข้าใจของผม Nissan Kicks ที่เพิ่งเปิดตัวในไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาจจะยังไม่ถึงขั้นโมเดลเชนจ์ แต่ถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ สร้างความสดใหม่ให้กับตัวโปรดักต์
ปรับรูปลักษณ์ดูบึกบึน ฝากระโปรงยกสูง
เมื่อไล่เรียงสเปกต่างๆ ลองขับจริงแล้ว ในภาพรวมผมว่าคุ้มค่าน่าใช้นะครับ ถ้าไม่นับการแปะชื่อ KICKS ตัวโตๆ ด้านหลัง และฝาประตูท้ายไม่ได้เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
Nissan Kicks ใหม่ ดูบึกบึนขึ้น เห็นได้ชัดจากฝากระโปรงหน้าที่ยกตัว ส่งผลให้มุมมองด้านหน้าดูใหญ่มีพลัง พร้อมกระจังหน้าสีดำเงากันชนหน้า-หลัง-สเกิร์ตข้าง-ฝาท้ายออกแบบใหม่
ไฟ Daytime Running Light สว่าง 3 แถบตรงมุมกันชน ส่วนด้านบนเป็นชุดไฟหน้า Full LED ที่รวมไฟใหญ่ ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ไว้ในโคมเดียว แถมยังให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างด้านข้างเพิ่มขึ้นอีก 7 เมตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ไฟท้ายก็เปลี่ยนเป็นเส้นยาวต่อเนื่อง ช่วยให้รถดูเตี้ยและกว้างขึ้น
ภายในห้องโดยสารออกแบบแผงคอนโซลหน้า แผงประตู และคอนโซลกลางใหม่ เจอโทนสี Moonstone ฟ้า-เทา ดูแปลกตา (มีเฉพาะรุ่นท็อป SV) หน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Android Auto Apple CarPlay แบบไร้สาย ส่วนมาตรวัดหลังพวงมาลัยเป็นจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว นำเสนอกราฟิกใหม่
ในส่วนเบาะนั่ง นิสสันบอกว่า พัฒนาโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ตลอดจนวัสดุหุ้มเบาะให้สัมผัสนุ่มขึ้น ใช้หนังสังเคราะห์แบบ Anti-Heat ช่วยสะท้อนความร้อน ขณะที่เบาะหลังปรับองศาพนักพิงใหม่ เพิ่มความกว้างของหมอนรองศีรษะจาก 200 มม. เป็น 230 มม. มีที่วางแขนตรงกลางพร้อมช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง ซึ่งไม่มีในรุ่นเดิม
ส่วนฟังก์ชันใหม่ๆ Nissan Kicks รุ่นปี 2026 ที่ใส่เข้ามา เช่น Remote Engine Start สั่งเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า แท่นชาร์จมือถือไร้สาย เพิ่มช่อง USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ระบบล็อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว และระบบ Walk-away Lock
ระบบช่วยเหลือการขับขี่จัดเต็ม
ขณะที่ ADAS อื่นๆ อย่าง Adaptive Cruise Control ที่รวมการควบคุมพวงมาลัย การรักษารถให้อยู่กลางเลน การเร่งและเบรกอัตโนมัติไว้ด้วยกัน ทั้งยังหยุดและออกตัวตามรถคันหน้าได้ (Stop & Go)
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันใหม่ กรณีผู้ขับปล่อยมือจากพวงมาลัยเป็นเวลานาน ระบบจะเตือน หากยังไม่ตอบสนอง รถจะค่อยๆ ลดความเร็ว จนหยุด และเปิดไฟฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ (ขาดแค่ไม่ได้เปลี่ยนเลน และจอดชิดในช่องทางที่ปลอดภัย)
ด้านระบบขับเคลื่อนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรครับ ยังใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.2 ลิตร ประกบเจเนอเรเตอร์ปั่นไฟ และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งก็คือระบบไฮบริดแบบซีรีย์ แต่นิสสันเรียกว่า e-POWER หรือพยายามสื่อสารไปถึงขั้น EV ที่ไม่ต้องเสียบชาร์จไฟ
อัตราเร่งเนียน ช่วงล่างแน่น
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเฟืองเกียร์ 1 ตัว ช่วยปรับอัตราทดก่อนลงสู่เพลาขับ อัตราเร่งจัดให้ทันใจในทุกช่วงจังหวะที่ต้องการ การขับให้อารมณ์ EV เพียงแต่มีความนุ่มนวล ไม่หุนหันพลันแล่นแบบรถจีน
ในโหมด“สปอร์ต” การตอบสนองดีขึ้น พร้อมกับเบรกรีเจเนอเรทีฟ ที่หนักหน่วงมากขึ้น (เทียบเท่ากับการหน่วงในโหมด “อีโค”) และในโหมดอีโค ยังไปเข้าฟังก์ชัน e-Pedal Step เมื่อเรายกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงทันที จนต่ำสุดประมาณ 5 กม./ชม. ช่วยให้การขับขี่มั่นใจ
ผมยังชอบที่พวงมาลัยไฟฟ้าไม่เบาโหวงเหวง ขณะเดียวกันช่วงล่าง ถือเป็นจุดเด่นเดิมของ Nissan Kicks อยู่แล้ว หนึบแน่นไม่ยวบย้วย การถ่ายเทน้ำหนักดี
ระบบ e-POWER ของ Nissan Kicks ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 2.06 kWh (เปิดตัวครั้งแรกใช้แบตเตอรี่ 1 kWh) ถือว่ามีความจุมากที่สุดในบรรดาบี-เอสยูวี ไฮบริดแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งนิสสันคำนวณแล้วว่า เหมาะสมกับสมรรถนะ ที่สามารถสนับสนุนพละกำลังเมื่อใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง และให้อัตราบริโภคน้ำมันที่เป็นมิตร
ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน Nissan Kicks จากการขับในเมือง และวิ่งทางไกลต่างจังหวัดความเร็ว 80-120 กม./ชม.รถยังแสดงตัวเลข 20-21 กม./ลิตร
รวบรัดตัดความ...รถ e-POWER รุ่นแรกของนิสสัน ช่วงแรกคนอาจจะสับสนในหลักการทำงานของขุมพลัง แต่ถึงวันนี้ผลผลิตจาก อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ สร้างตัวตนชัดเจน ผู้คนจดจำ เพียงแต่ช่วงนี้เจอคู่แข่งหน้าใหม่จากจีนมาเต็ม อาจจะขายลำบากมากขึ้น เอาเป็นว่าใครยังไม่พร้อมไป EV แล้วอยากได้เอสยูวีไฮบริดญี่ปุ่น สมรรถนะเยี่ยม เชื่อใจได้ อย่ามองข้าม Nissan Kicks นะครับ







