

KEY
POINTS
สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลให้ทิศทางราคานํ้ามันและก๊าซธรรมชาติไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ราคาพลังงานมีความผันผวน คาดการณ์ได้ยาก ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของแต่ละชาติจึงมุ่งแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่มาทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า จากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า หากประเทศมีแหล่งพลังงานภายในประเทศ และสามารถรักษาการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง น่าจะมีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลกได้ดีกว่า
สำหรับประเทศไทย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ภายใต้กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญทั้งด้านการรักษาความมั่นคงของแหล่งผลิตปิโตรเลียมที่ดำเนินการอยู่แล้วให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งรักษาความต่อเนื่องของการผลิตจากแหล่งปิโตรเลียมที่ยังมีศักยภาพ เพื่อให้ประเทศยังคงมีกำลังการผลิตรองรับความต้องการใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการผลิต และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน ทั้งยังช่วยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องรอการลงทุนและการพัฒนาแหล่งผลิตใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี ความจำเป็นในการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2572-2574 จะมีแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังจะสิ้นสุดอายุสัมปทาน อาทิ แหล่งสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนํ้ามันดิบบนบกที่สำคัญของประเทศ แหล่งสินภูฮ่อม และ แหล่งนํ้าพอง ซึ่งเป็น แหล่งก๊าซธรรมชาติหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึง แหล่งเบญจมาศ ในอ่าวไทย เป็นแหล่งผลิตนํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติสำคัญนอกชายฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี
แปลงสำรวจเหล่านี้ได้รับการต่อระยะเวลาการผลิตมาแล้ว 1 ครั้งตามกฎหมายกำหนด แต่เนื่องจากเป็นแหล่งที่ยังคงมีศักยภาพในการผลิต ดังนั้นการบริหารจัดการแหล่งผลิตเหล่านี้ให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีความสำคัญต่อการรักษากำลังการผลิตภายในประเทศ และช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของไทย
จากบทเรียนวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางสะท้อนให้เห็นชัดว่า ความมั่นคงทางพลังงานนอกเหนือจากเรื่องเสถียรภาพด้านราคาแล้ว การมีแหล่งพลังงานรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก การรักษาความต่อเนื่องของการผลิตจากแหล่งปิโตรเลียมที่ยังมีศักยภาพ ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า เสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างหลักประกันด้านพลังงานสร้างความพร้อมให้กับประเทศในการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
จากคอลัมน์ Circular Economy ชีวิตดี เริ่มที่เรา โดย : กรีนเดย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง