thansettakij
thansettakij
‘ขุดเจาะศูนย์เหรียญ’ จับตาทุนต่างชาติ กินรวบอ่าวไทยแสนล้าน

‘ขุดเจาะศูนย์เหรียญ’ จับตาทุนต่างชาติ กินรวบอ่าวไทยแสนล้าน

06 มี.ค. 2569 | 00:15 น.

สัมภาษณ์พิเศษ 'กฤษ สีตองอ่อน' ประธานกรรมการ บริษัท ซีมัวร์ มารีน แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านงานขนส่งทางเรือและธุรกิจการเดินเรือนอกชายฝั่ง เปิดเกมกล ‘ขุดเจาะศูนย์เหรียญ’ ทุนต่างชาติ กินรวบอ่าวไทยแสนล้าน

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ 'กฤษ สีตองอ่อน' เปิดเกมกลทุนต่างชาติโดยเฉพาะทุนจีนเข้าครองส่วนแบ่งตลาดธุรกิจสนับสนุนการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยสูงถึง 80% ผ่านกลยุทธ์ทุ่มตลาดและเสนอราคาต่ำ
  • พบใช้โมเดล ‘ขุดเจาะศูนย์เหรียญ’ โดยนำเข้าทุกอย่างจากประเทศของตนทั้งแรงงานและอุปกรณ์ ทำให้รายได้แสนล้านบาทรั่วไหลออกจากประเทศโดยไม่ตกถึงเศรษฐกิจไทย
  • ผู้ประกอบการไทยเผชิญอุปสรรคในการแข่งขันจากเงื่อนไขการประมูลที่กีดกันรายย่อย ภาระเงินประกันซองที่สูง และการขาดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐ

ในห้วงเวลาที่ราคาพลังงานยังคงผันผวน และความต้องการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยไม่เคยหยุดนิ่ง อุตสาหกรรมที่ดูเงียบเชียบอยู่ใต้ผิวนํ้านั้นกลับกำลังถูกกลืนกินอย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการไทยที่เคยหล่อเลี้ยงธุรกิจสนับสนุนการขุดเจาะมาหลายทศวรรษ ต่างพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนเวทีที่ไม่เท่าเทียม และบ่อยครั้งที่แพ้ตั้งแต่ก่อนเริ่มประมูล

คำถามที่วงการพาณิชย์นาวีและธุรกิจพลังงานไทยถามกันอยู่เงียบ ๆ มานานคือเงินหลายแสนล้านบาทที่หมุนเวียนอยู่ในอ่าวไทยนั้น ตกอยู่ในมือใคร คำตอบที่ยากจะยอมรับได้ยินชัดขึ้นทุกวัน เมื่อ นายกฤษ สีตองอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท ซีมัวร์ มารีน แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านงานขนส่งทางเรือและธุรกิจการเดินเรือนอกชายฝั่ง เผยให้เห็นกลไกที่เรียกได้ว่าเป็น “ขบวนการขุดเจาะศูนย์เหรียญ” ที่ทุนจีนใช้เข้ามาครองอุตสาหกรรมที่เคยเป็นของคนไทย
 

80%ของตลาดอยู่ในมือต่างชาติ

นายกฤษ ระบุว่า อุตสาหกรรมสนับสนุนการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยครอบคลุมทั้งงานบริการเรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะ การซ่อมบำรุง และการรื้อถอนแท่นขุดเจาะที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นงานวงจรใหญ่ที่ต้องใช้เทคโนโลยี เงินทุน และแรงงานทักษะสูงพร้อมกันทั้งหมด มูลค่าการจ้างงานและการหมุนเวียนเงินในห่วงโซ่นี้สูงนับแสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้มีตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบัน บริษัทข้ามชาติเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดเรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยสูงถึง 80% โดยทุนจีนเป็นผู้เล่นที่รุกเร็วและแรงที่สุดในช่วงหลัง กลยุทธ์หลักที่ใช้คือการทุ่มตลาด ตั้งแต่ขั้นตอนการประมูล เสนอราคาตํ่าจนบริษัทไทยแข่งไม่ได้ แล้วจึงค่อยๆ ขยายการครอบครองห่วงโซ่คุณค่าให้ครบถ้วน

 

นายกฤษ สีตองอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท ซีมัวร์ มารีน แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

 

“ตอนนี้เกิดกับธุรกิจเรือในอ่าวไทยเช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในอ่าวไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นรูปแบบเดิมที่ทุนจีนใช้ได้ผลมาแล้วในหลายอุตสาหกรรมและหลายประเทศ”

“ศูนย์เหรียญ” เงินที่ไม่เคยถึงแผ่นดินไทย

หัวใจของการรุกครั้งนี้คือสิ่งที่ นายกฤษ ยอมรับว่า เป็นเหมือนกับ “โมเดลศูนย์เหรียญ” โดยมีกระบวนการที่ออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อให้เงินที่ไหลผ่านอ่าวไทยไม่มีวันหยุดพักในระบบเศรษฐกิจไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างคนงาน ค่าอุปกรณ์ ค่าเสบียง หรือแม้แต่ค่านํ้ามัน

“ตอนนี้ธุรกิจจีนเอาทุกอย่างมาจากบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรจีน คนงานจีน อุปกรณ์จีน พร้อมโรงครัวและข้าวสารจากจีน ใช้วิธีการยกรวมพลของทุกอย่างมาจากเมืองจีนแล้วลากด้วยเรือเข้ามาในไทยปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะ แล้วก็ออกไปพร้อมกับเงินรายได้ทั้งหมดโดยที่ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวตกค้างอยู่ในสงขลา หรือในกระเป๋าของวิศวกรไทย”

ยิ่งกว่านั้น กลุ่มทุนจีนยังใช้ประโยชน์จากนโยบายเสรีทางการค้า (FTA) อย่างชาญฉลาด ด้วยการส่งอุปกรณ์ผ่านแดนมาทางลาวโดยเสียภาษี 0% และหลีกเลี่ยงการเติมนํ้ามันในน่านนํ้าไทยด้วยการเติมจากสิงคโปร์แทน ทำให้รัฐไทยสูญเสียรายได้จากภาษีในทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน

ผลที่ตามมาคือเงินที่ควรจะหมุนเวียนสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างฐานภาษีให้กับประเทศ กลับรั่วไหลออกไปอยู่ในมือต่างชาติมากกว่า แสนล้านบาท ขณะที่ชุมชนในสงขลาและภาคใต้ที่ควรจะมีโอกาสรับอานิสงส์กลับไม่เคยได้สัมผัสประโยชน์จากทรัพยากรที่อยู่ใต้นํ้านอกชายฝั่งของตน

 

ภาพประกอบข่าว

 

3 กับดักบีบผู้ประกอบการไทย

นายกฤษชี้ให้เห็นอุปสรรคสำคัญสามด้านที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยเดินหน้าได้ยาก โดยเฉพาะโครงสร้างระบบที่กีดกันคนไทยออกจากสนามแข่งขันโดยปริยาย

ประการแรก เงื่อนไขการประมูลที่เอื้อต่อผู้เล่นรายใหญ่ที่มีอยู่แล้ว ข้อกำหนดที่มักระบุว่าผู้เสนอราคาต้องมีเรือเป็นของตัวเองหรือมีประสบการณ์บริหารเรือมาก่อน ปิดกั้นบริษัทไทยหน้าใหม่ที่อาจมีความสามารถแต่เลือกใช้วิธีเช่าเรือมาบริหาร 

ประการที่สอง ภาระเงินประกันซอง (Bid Bond) ที่สูงถึง 3-5% ของมูลค่าสัญญา สำหรับงานระดับพันล้านบาท นั่นหมายถึงผู้ประกอบการต้องวางเงินสดนับสิบล้านบาทโดยที่ยังไม่ได้รับงาน เงื่อนไขนี้แทบปิดช่องทางให้กับผู้ประกอบการไทยขนาดกลางที่ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ ขณะที่กลุ่มทุนต่างชาติที่มีเครือข่ายธนาคารระดับนานาชาติหนุนหลังกลับทำได้ง่าย

ประการที่สาม การขาดสถาบันการเงินของรัฐที่สนับสนุนอย่างจริงจัง ธนาคารพาณิชย์มักต้องการหลักประกันสูง ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ยังไม่มีสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า (Soft Loan) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจพาณิชย์นาวีโดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยจึงต้องแบกต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่าคู่แข่งต่างชาติตั้งแต่ก่อนจะเริ่มต้น

นอกจากนั้น ยังมีความเหลื่อมลํ้าในการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน บริษัทไทยที่รักษามาตรฐานความปลอดภัยและจ่ายค่าแรงตามกฎหมายต้องแบกต้นทุนสูงกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายที่ใช้แรงงานต่างด้าวเถื่อนซึ่งละเลยมาตรฐานความปลอดภัย กลับสามารถเสนอราคาตํ่ากว่าได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

นายกฤษยกตัวอย่างกิจกรรมขนถ่ายสินค้ากลางทะเลแห่งหนึ่ง เลือกใช้แรงงานต่างด้าวทั้งหมดต้นทุนค่าแรงของบริษัทที่ดำเนินการถูกต้องกับบริษัทที่ไม่คำนึงถึงมาตรฐานต่างกันถึงครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งทำให้การแข่งขันด้านราคาแทบเป็นไปไม่ได้

 

ภาพประกอบข่าว

 

ข้อเสนอถึงรัฐบาลทวงคืนอ่าวไทย 

ทั้งนี้ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม 5 ประการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้ให้กลับมาอยู่ในมือคนไทย ประกอบด้วย

1.กำหนดสัดส่วน Local Content ให้สูงเท่ามาเลเซีย ตัวอย่างมาเลเซียที่กำหนด Local Content สูงถึง 90% พร้อมบังคับให้เรือทุกลำที่เข้ามาทำงานในน่านนํ้าต้องเปลี่ยนมาชักธงมาเลเซีย เพื่อให้อยู่ภายใต้กฎหมายภาษีและแรงงานของประเทศ สำหรับไทย หากนำมาตรการเดียวกันมาใช้ วิศวกรไทยจะได้รับการจ้างงาน โรงแรมในสงขลาจะมีนักเดินทางธุรกิจพัก อุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่นจะมีคำสั่งซื้อ และรัฐจะสามารถเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

2.ลดเพดาน Bid Bond และสร้าง Soft Loan สำหรับพาณิชย์นาวี ผ่านการปรับเงื่อนไขการประมูลให้เป็นธรรม ลดหรือปรับเพดานเงินประกันซองให้สอดคล้องกับขนาดผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่าเพื่อรองรับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะ

3.แก้จุดอ่อนโลจิสติกส์ทางนํ้า เร่งขุดลอกร่องนํ้าท่าเรือสงขลาให้ลึกขึ้น และก่อสร้างท่าเรือนํ้าลึกสุราษฎร์ธานีเพื่อให้สินค้าภาคใต้ไม่ต้องวิ่งไปขนถ่ายถึงแหลมฉบัง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

4.สิทธิประโยชน์นํ้ามันสำหรับเรือไทยในอ่าวไทย พิจารณาให้เรือไทยที่ทำงานในอ่าวไทยเข้าถึงสิทธินํ้ามันเขียว หรือนํ้ามันปลอดภาษี เพื่อลดต้นทุนให้สามารถแข่งขันกับเรือต่างชาติที่เติมนํ้ามันมาจากสิงคโปร์ได้อย่างยุติธรรม

5.เจรจา FTA เชิงรุกเปิดตลาดใหม่ มุ่งเน้นการเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับตลาดตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศมุสลิม ซึ่งมีความต้องการสินค้าไม้แปรรูป (MDF) จากไทยสูงเพื่อเปิดช่องทางรายได้ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องพึ่งพาตลาดเดิม