

KEY
POINTS
นายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการเปิดมุมมองในการขยายโอกาสทางธุรกิจตามสถานการณ์ และการปรับตัวรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรของโลก เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำตามแนวทาง Net Zero
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อสร้างในอาเซียนและตลาดโลกในการมุ่งลดผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากร และเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิต
โดยจะมีการนำเสนอนวัตกรรมต้นแบบปูนคาร์บอนต่ำ LC3 ที่พัฒนาจากLimestone, Calcined Clay และวัสดุผสมพิเศษ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุด 30–40% โดยกระบวนการผลิตยังใช้เชื้อเพลิงทางเลือกจาก Biomass เช่น แกลบและฟางข้าว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนอีกกว่า 35% โดยไม่กระทบต่อคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ที่ได้รับรองด้วยมาตรฐานระดับสากล EPD (Environmental Product Declaration)
รวมถึงมีการนำร่องติดตั้ง Rondo Heat Battery ในโรงงานปูนซีเมนต์ท่าหลวง จังหวัดสระบุรีเป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยจะเปลี่ยนไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กลายเป็นพลังงานความร้อนกักเก็บในอิฐทนไฟที่ถูกพัฒนาเป็นพิเศษ ที่อุณหภูมิสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส สามารถจ่ายความร้อนได้ต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสิทธิภาพสูงถึง 97% และสามารถใช้งานยาวนานกว่า 40 ปี
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรม และเทคโนโลยีวัสดุทนไฟ (Refractory Solutions) จาก SRIC เช่น Anti-Hydration Brick พัฒนาเป็นรายแรกของโลก ยืดอายุการจัดเก็บอิฐทนไฟจาก 6 เดือน เป็น 24 เดือน ลดความสูญเสียในสายการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
และ Solar Floating ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ ภายในโรงงานปูนซีเมนต์ท่าหลวง จังหวัดสระบุรี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 16.6 ล้าน kWh ต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 8,000 ตัน CO₂ เทียบเท่าต่อปี โดยยกระดับพื้นที่ผิวน้ำในโรงงานที่มีให้เกิดประโยชน์ในการใช้ทรัพยากร สะท้อนแนวทางการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้ากับกระบวนการผลิต เป็นต้น ผ่าน Cemtech ASIA 2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง