thansettakij
thansettakij
อุตฯปูนไทยเร่งเครื่อง Net Zero 2050 ดึงเทคโนโลยี-ลงทุนสีเขียวหนุนแข่งขัน

อุตฯปูนไทยเร่งเครื่อง Net Zero 2050 ดึงเทคโนโลยี-ลงทุนสีเขียวหนุนแข่งขัน

23 มี.ค. 69 | 09:46 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 69 | 09:48 น.

อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยเร่งเครื่อง Net Zero 2050 ดึงเทคโนโลยี ลงทุนสีเขียวหนุนความสามารถในการแข่งขัน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

KEY

POINTS

  • อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านความร่วมมือหลายภาคส่วน
  • เตรียมนำร่องเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนแบบเคลื่อนที่ (MCCU) จากแคนาดามาทดลองใช้ในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์
  • ส่งเสริมการลงทุนสีเขียว (Green Investment) และนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

ดร. ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระหว่างประเทศ 

โดยเป็นการดำเนินการผ่านโครงการ Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand รวมถึงเร่งผลักดันเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนสีเขียว เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ การลดคาร์บอนไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าว ครอบคลุมทั้งนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero ตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ดี ยังเตรียมนำเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนแบบเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit: MCCU) จาก CETRI ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการใช้งานในสภาพการผลิตจริง เข้ามาทดลองใช้ในระดับนำร่อง โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายนนี้ 

อุตฯปูนไทยเร่งเครื่อง Net Zero 2050 ดึงเทคโนโลยี-ลงทุนสีเขียวหนุนแข่งขัน

 

และจะหมุนเวียนติดตั้งในโรงงานของผู้ผลิตปูนซีเมนต์สมาชิก TCMA ในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในบริบทการดำเนินงานที่หลากหลาย และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

การนำเทคโนโลยี MCCU เข้ามาทดลองใช้ในประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ช่วยเร่งการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ พร้อมยืนยันประสิทธิภาพของเทคโนโลยี เสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคนิคภายในประเทศ และลดความเสี่ยงในการลงทุน และจะเป็นรากฐานสำคัญในการขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมในอนาคต

“ในมิติการลงทุน การพัฒนาโครงการที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมาตรฐาน ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพิ่มศักยภาพในการดึงดูดเงินลงทุนสีเขียว (Green Investment) และขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero”

นอกจากนี้ TCMA ยังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโดยเร่งนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาใช้ในภาคการผลิตอย่างเป็นระบบ ทั้งนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เช่น Calcined Clay Cement (LC3) เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนระยะยาว และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

ขณะที่ในระดับภูมิภาค TCMA ยังขยายบทบาทผ่านประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) โดยเชื่อมโยงความร่วมมือและผลักดันAFCM Decarbonization Roadmap ใช้เป็นกรอบทิศทางร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียน พร้อมยกระดับเทคโนโลยี มาตรฐาน และความสามารถการแข่งขันของทั้งภูมิภาค