

KEY
POINTS
วิกฤตด้านพลังงานส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่ “เซ็นทรัลพัฒนา” ขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการลงทุนนวัตกรรมสะอาดและการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในศูนย์การค้าทั่วประเทศ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการยกระดับสู่อาคารเขียวเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการเงิน การบัญชีและกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าเดินหน้ายุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) อย่างเต็มรูปแบบ
ยกระดับศูนย์การค้าสู่แนวคิด “Green & Sustainable Shopping Destination” ผ่านการพัฒนาและบริหารจัดการอาคารเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมด้านพลังงาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และชุมชน โดยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการออก Green Bond และ Sustainability-linked Bond รวมกว่า 2.23 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด อาคารเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน
นอกจากนี้ยังจัดตั้ง Central Pattana Green Growth เพื่อติดตั้ง Solar Rooftop แล้วกว่า 30 โครงการทั่วประเทศ มีกำลังผลิตรวม 25.7 เมกะวัตต์ และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี ปัจจุบัน “เซ็นทรัล นครสวรรค์” และ “เซ็นทรัล จันทบุรี” เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกและแห่งที่สองของไทยที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว TREES ระดับ Gold ขณะที่ “เซ็นทรัล กระบี่” ตั้งเป้าเป็นต้นแบบโครงการยั่งยืนแห่งแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานสากล EDGE Certification- Zero Level ในอนาคต
โดยทุกธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนาทั้งศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้ มอลล์, อาคารสำนักงาน, โรงแรม และที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศ เดินหน้าพัฒนาสู่ความยั่งยืน มี Net Zero 2050 เป็นเป้าหมายของทั้งองค์กรที่จะร่วมกันผลักดัน ทำให้ Sustainability เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในทุกกระบวนการทำงานของทุกหน่วยงาน
“วันนี้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายของธุรกิจ แต่คือหัวใจของการเติบโตในโลกยุคใหม่ เซ็นทรัลพัฒนา มองเห็นความสำคัญของการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมด้านความยั่งยืนมากว่า 20 ปี โดยนำหลัก ESG และ Financial Tools มาขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้ ไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อน Sustainable Business & Sustainable Living”
แนวทางขับเคลื่อนผ่าน Sustainability Pillars ที่เชื่อมโยงทั้งมิติธุรกิจ การเงิน พันธมิตร และชุมชนเข้าด้วยกัน ได้แก่
1. Green Growth : จัดตั้งบริษัท เซ็นทรัลพัฒนากรีนโกรท ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมาย Decarbonization ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 35 โครงการทั่วประเทศ ลดการไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วย
2. Green Finance: เซ็นทรัลพัฒนาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย สามารถระดมทุนผ่านทั้ง Green Bond และ Sustainable-linked Bond อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเท่ากับ 2.23 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 38% ของ debt portfolio เพื่อนำไปลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด อาคารเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน ส่งผลให้โครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์และเซ็นทรัล จันทบุรี เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกและแห่งที่สองของไทยที่ได้รั มาตรฐานอาคารเขียว TREEs ในระดับ Gold ตามมา
3. Green Partnership: รวมพลังพันธมิตรลดโลกร้อน สนับสนุนร้านค้าด้านการลดใช้พลังงาน การจัดการขยะ โดยมีการแบ่ง Knowledge & Know-How ร่วมกันปัจจุบันมีพันธมิตรเข้าร่วม 175 brands รวมกว่า 2,400 ร้านค้า และในอนาคตมีแผนต่อยอดความร่วมมือ เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลไปยังคู่ค้า supplier launch คู่มือการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวอีกด้วย
4. Green Communities: การพัฒนาพื้นที่ส่งเสริม Well-Being ให้ชุมชน การเปิดพื้นที่ “SME Marketplace” และ “OTOP Showcase” กว่า 17 ล้านตารางเมตร-วัน (หรือใช้หน่วย ตารางเมตรสะสมตลอดทั้งปี) สามารถสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ปีที่ผ่านมากว่า 7,490 ล้านบาท เป็นต้น
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของ “ฐานเศรษฐกิจ” พบว่า โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปของศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาใน 6 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค ได้แก่
1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม เดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา พื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์และระบบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 7,276.56 ตร.ม. หรือคิดเป็นราว 4.55 ไร่ มีขนาดกำลังการผลิต 1.542 เมกะวัตต์
2. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น มีขนาดกำลังการผลิต 1.244 เมกะวัตต์
3. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี มีขนาดกำลังการผลิต 1.661 เมกะวัตต์
4. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Mono Crystalline Silicon แบรนด์ Trina Solar รุ่น TSM-605DE20 มีขนาดกำลังการผลิต 1.548 เมกะวัตต์ และเพื่อป้องกันผลกระทบด้านแสงสะท้อน แผงโซลาร์ที่เลือกใช้มีการเคลือบสารกันแสงสะท้อน (Anti-Reflective Coating หรือ AR Coating) บนผิวกระจก นวัตกรรมนี้ช่วยลดการสะท้อนแสงให้ต่ำกว่า 6% ทำให้โครงการสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญทางสายตาแก่ชุมชนโดยรอบ
5. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุบลราชธานี มีขนาดกำลังการผลิต 1.702 เมกะวัตต์
6. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา มีขนาดกำลังการผลิต 2.177 เมกะวัตต์
ด้านนายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า วันนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ทั้ง Climate Crisis วิกฤติพลังงาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีการพัฒนาโครงการและต่อยอดสู่การพัฒนาเมือง เพราะเมืองต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
บริษัทยังมุ่งเน้นการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์การค้าและโครงการอาคารเขียว (Green Building) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการดูแลชุมชน โดยมีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนผ่านการจัดตั้ง Central Pattana Green Growth เพื่อดูแลการติดตั้ง Solar Rooftop และขับเคลื่อนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านพลังงาน น้ำ และวัสดุอย่าต่อเนื่อง
ตลอดจนการพัฒนาระบบจัดการขยะครบวงจร ผ่านห้องขยะต้นแบบและสถานีรีไซเคิลในศูนย์การค้าหลัก ก่อนขยายผลสู่สาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน หลายโครงการประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ อาทิ เซ็นทรัล กระบี่ เซ็นทรัล จันทบุรี และเซ็นทรัล นครสวรรค์ รวมถึงโครงการใหม่ เช่น เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์, เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน, เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ และโครงการในอนาคตย่านรังสิต
นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมแนวคิด Work from Mall เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระดับเมือง พร้อมสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าผ่านโครงการ Green Partnership กว่า 200 ราย รวมกว่า 2,000 สาขา เพื่อขยายผลแนวคิดความยั่งยืนจากระดับองค์กรสู่ Ecosystem ของพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านชุมชนผ่านแนวคิด CSV Region ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง