thansettakij
thansettakij
ค้าปลีกเร่งอัดโปรกลางปี CPN ทุ่มพันล้านปลุกกำลังซื้อ-ดันท่องเที่ยว

ค้าปลีกเร่งอัดโปรกลางปี CPN ทุ่มพันล้านปลุกกำลังซื้อ-ดันท่องเที่ยว

28 พ.ค. 69 | 10:07 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 03:56 น.

“เซ็นทรัลพัฒนา” ผนึกค้าปลีก-พันธมิตรกว่า 30,000 แบรนด์ เดินหน้าแคมเปญกลางปี หวังกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงไตรมาส 2-3 รับแรงกดดันเศรษฐกิจ พร้อมชู Sport Culture-อีเวนต์ทั่วประเทศ ดึงทราฟฟิกคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

KEY

POINTS

  • เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท จัดแคมเปญ "Grand Grand Sale 2026" เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อช่วงกลางปีและส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้คึกคัก และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งระดับโลก
  • ผู้ค้าปลีกปรับกลยุทธ์

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า บริษัททุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ร่วมกับพันธมิตรกว่า 3 หมื่นแบรนด์ และ 1.3 หมื่นร้านค้า ครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ จัดแคมเปญ “Grand Grand Sale 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อสร้าง Mid-Year Spending Momentum ให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักในช่วงกลางปี

บริษัทยังเตรียมจัดกิจกรรมและอีเวนต์กว่า 300 งานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทราฟฟิกเข้าสู่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า พร้อมสร้าง “Reason to Visit” กระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาใช้ชีวิต กิน เที่ยว และจับจ่ายมากขึ้น

ชู Shopping Festival ดันไทยสู่เดสติเนชันช้อปปิ้ง

ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า โมเดล Shopping Festival ถูกหลายประเทศใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือมาเลเซีย ซึ่งไทยเองมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งระดับโลกเช่นกัน

จุดแข็งสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัล คือการมีเครือข่ายศูนย์การค้าและธุรกิจรีเทลครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว ทำให้สามารถเชื่อมการใช้จ่ายกับภาคท่องเที่ยวได้พร้อมกันทั่วประเทศ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เข้ามาใช้จ่ายในศูนย์การค้า ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี รัสเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง รวมถึงกลุ่ม CLMV ซึ่งนิยมใช้จ่ายในหมวดอาหาร สตรีทฟู้ด แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์

 

ค้าปลีกเร่งอัดโปรกลางปี CPN ทุ่มพันล้านปลุกกำลังซื้อ-ดันท่องเที่ยว

 

เทรนด์ Sport Culture หนุนค้าปลีกโต

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เซ็นทรัล รีเทล ดีพาทเมนท์สโตร์ กล่าวว่า หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาดค้าปลีก คือกระแส Sport Culture และ Wellness Lifestyle จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาลงทุนกับตัวเองมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย วิ่ง แอโรบิก กีฬา และแฟชั่นสายสปอร์ต

ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ซื้อเพียงสินค้า แต่เลือกซื้อ “ประสบการณ์” และ “ไลฟ์สไตล์” ที่สะท้อนตัวตน ส่งผลให้ค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์ไปสู่การสร้างประสบการณ์ร่วมและ Emotional Engagement มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับ “Best Value” หรือความคุ้มค่า โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้แคมเปญลดราคากลางปียังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

ข้อมูลจาก The 1 พบว่า กลุ่มสินค้าที่เติบโตได้ดี ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เติบโต 35% กลุ่มสปอร์ตโต 29% และกลุ่มฟู้ดโต 13% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายในสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและสุขภาพ

ค้าปลีกเร่งปรับเกมสู่ AI-Omni Channel

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือผู้บริโภคเริ่มใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลสินค้า โปรโมชั่น และเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนา Omni-Channel และการทำตลาดแบบ Personalization มากขึ้น

นางสาวรวิศรา กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันจึงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการเชื่อมต่อทุกช่องทาง เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ รวมถึงเปิดตัว “Cenni” ผู้ช่วยสายช้อปผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

 

ลุ้นครึ่งปีหลังแข่งขันเดือด

โบนิต้า ปุย แยง วู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อช่วงไตรมาส 2-3 ยังอยู่ในภาวะท้าทาย บริษัทจึงนำเครือข่ายค้าปลีกและค้าส่งกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศเข้าร่วมแคมเปญ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างความคึกคักให้ตลาดค้าปลีกช่วงกลางปี

อย่างไรก็ตาม แม้กำลังซื้อระดับกลาง-บนยังไม่ได้ชะลอตัวมากนัก แต่ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทำให้การแข่งขันของค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลังจะเน้นทั้งเรื่อง “ความคุ้มค่า” ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ใหม่ เพื่อดึงลูกค้าเข้าสู่ระบบนิเวศของแบรนด์มากขึ้นเช่นกัน