
‘เซ็นทรัลพัฒนา’ รุกเวียดนาม วางกรอบพัฒนาโครงการ 6.6 หมื่นล้าน
“เซ็นทรัลพัฒนา” เดินหน้า Regional Strategic Move วางกรอบพัฒนาโครงการ 6.6 หมื่นล้านรุกเวียดนามใน 15-20 ปี นำร่องจับมือ “ซัน กรุ๊ป” MOU ปั้นมิกซ์ยูสเมืองใหญ่
KEY
POINTS
- เซ็นทรัลพัฒนาประกาศแผนลงทุนในเวียดนามมูลค่า 6.6 หมื่นล้านบาท (2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 15-20 ปี
- ลงนามข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ "ซัน กรุ๊ป" ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของเวียดนาม เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการ
- มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กในเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ดานัง, โฮจิมินห์ซิตี้ และฟู้โกว๊ก
งาน Thailand-Vietnam Business Forum 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย และ พลเอกโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงจากเวียดนาม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสู่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Three Connectivity”
ภายในงานดังกล่าว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามข้อบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ “ซัน กรุ๊ป” (Sun Group) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของเวียดนาม เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสในประเทศเวียดนาม สะท้อนบทบาทของเซ็นทรัลพัฒนาในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ขยายศักยภาพสู่ระดับภูมิภาค
ทุ่ม 6.6 หมื่นล้านพัฒนาโครงการ 15-20 ปี
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามร่วมกับ นายดั้ง มิงห์ เจื่อง ประธานบริษัทซัน กรุ๊ป โดยมีนางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัล และผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน
เซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัลยังมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศเวียดนาม ผ่านการดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภทและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา และซัน กรุ๊ปในครั้งนี้ จึงถือเป็น “Regional Strategic Move” ที่สำคัญ ในการต่อยอดศักยภาพร่วมกันระหว่างสององค์กรชั้นนำของภูมิภาค
นอกเหนือจากความร่วมมือในครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา วางกรอบในการพัฒนาโครงการด้วยเงินลงทุน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาทในอีก 15-20 ปี โดยเปิดกว้างโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรเวียดนามผู้มีศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตให้กับภูมิภาคในระยะยาวร่วมกันในอนาคต
นำร่อง MOU ซัน กรุ๊ป
ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาที่มองการเติบโตผ่าน “Global Lens” โดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use Development ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน เมือง การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
การจับมือกันระหว่าง เซ็นทรัลพัฒนา” และ “ซัน กรุ๊ป” จึงไม่เพียงเป็นการรวมพลังของสองผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังสะท้อนบทบาทของประเทศไทยและเวียดนาม ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวแห่งอนาคตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ทั้งสองฝ่ายจะร่วมศึกษาโอกาสในการพัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม ได้แก่
- ดานัง: การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่บริเวณแม่น้ำฮาน เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของเมือง
- โฮจิมินห์ซิตี้: การพัฒนาโครงการรีเทลและมิกซ์ยูสในพื้นที่ New CBD และศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคต
- ฟู้โกว๊ก: การสร้าง Luxury Retail & Lifestyle Destination เพื่อยกระดับเกาะฟู้โกว๊กสู่ Shopping Paradise ระดับโลก
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและมิกซ์ยูสระดับพรีเมียมในเมืองเศรษฐกิจและจุดหมายปลายทางสำคัญของเวียดนาม ได้แก่ ดานัง โฮจิมินห์ซิตี้ และฟู้โกว๊ก โดยมุ่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ระดับแลนด์มาร์ก ที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตเมือง ประสบการณ์รีเทล และไลฟ์สไตล์ในระดับสากล พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามในระยะยาว
เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะหนึ่งในธุรกิจที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักของกลุ่มเซ็นทรัล ได้ต่อยอดวิสัยทัศน์ “ผู้นำอันดับ 1 ด้าน Retail-Led Mixed-Use Development ของไทย” สู่การขยายบทบาทในระดับภูมิภาค ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่ผสานศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ใน Ecosystem เดียวกัน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ เมือง และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการรีเทลและไลฟ์สไตล์เดสติเนชันหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมศูนย์การค้า 45 แห่ง โครงการที่อยู่อาศัย 53 โครงการ อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 13 แห่ง และคอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่งทั่วประเทศไทย อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศ
โดยมี “centralwOrld” แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นต้นแบบสำคัญของการสร้างเดสติเนชั่นที่เชื่อมโยง Retail, Lifestyle, Entertainment และ Tourism เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก พร้อมสร้าง Economic Impact ให้กับเมืองในระยะยาว โดยโครงการมิกซ์ยูสในเมืองศักยภาพต่างๆ ทั่วภูมิภาคของไทย ทั้งภูเก็ต, เชียงใหม่, โคราช, ขอนแก่น, ชลบุรี ต่างเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการกระจายรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ







