thansettakij
thansettakij
สยามพิวรรธน์ทุ่มหมื่นล้าน ปักธง ‘ไอคอนภูเก็ต’ พร้อมเปิดปี 2572

สยามพิวรรธน์ทุ่มหมื่นล้าน ปักธง ‘ไอคอนภูเก็ต’ พร้อมเปิดปี 2572

05 ต.ค. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 05:45 น.

“สยามพิวรรธน์” เปิดยุทธศาสตร์รุกลงทุนครั้งแรกในภูมิภาค ประกาศทุ่ม 1 หมื่นล้าน เปิดตัวบิ๊กโปรเจ็กต์ ‘ICONPHUKET’ แลนด์มาร์กใหม่ภาคใต้

KEY

POINTS

  • กลุ่มสยามพิวรรธน์ประกาศลงทุน 1 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงการ "ไอคอนภูเก็ต" ซึ่งเป็นการขยายการลงทุนสู่ภูมิภาคเป็นครั้งแรก
  • โครงการตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต และมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในปี 2572
  • ไอคอนภูเก็ตถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ในภาคใต้ ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรีเทลระดับโลก ประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการในภูมิภาคเป็นครั้งแรก ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ กับการเปิดตัวโครงการ “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) ด้วยมูลค่าการลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายฐานการเติบโตเพื่อปักธงแลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เปิดยุทธศาสตร์ “สยามพิวรรธน์” ลงทุนครั้งแรกในภูมิภาค

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บุกเบิกการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ประกอบด้วย สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 67 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ได้พิสูจน์บทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ "The Game Changer" ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และรีเทลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านความสำเร็จของการพัฒนาโครงการระดับตำนานในกรุงเทพมหานคร

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์ "ย่านสยาม" ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนา "ไอคอนสยาม" อภิมหาโครงการเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกลายเป็นกรณีศึกษาระดับสากลและได้รับการยอมรับติดอันดับ Top 3 ของโลกในฐานะสุดยอดโครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปีจากเวที MAPIC Awards 2025 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

การประกาศเปิดตัว "ไอคอนภูเก็ต" จึงนับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของสยามพิวรรธน์ในการออกไปพัฒนาโครงการในภูมิภาคเป็นครั้งแรก โดยเลือกจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกปรารถนาที่จะมาเยี่ยมชมเป็นอันดับต้นๆ วิสัยทัศน์นี้มุ่งเน้นการสร้างแลนด์มาร์กระดับโลกเพื่อเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคต ที่ส่งมอบประโยชน์ในหลายมิติให้แก่ภาคใต้และประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โครงการ “ไอคอนภูเก็ต” มูลค่าการลงทุน 1 หมื่นล้านบาท แลนด์มาร์กใหม่ภาคใต้

“ไอคอนภูเก็ต”  สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้

โครงการ “ไอคอนภูเก็ต” มีมูลค่าการลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ถูกวางให้เป็นอภิมหาโครงการที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจใหม่ของแดนใต้ และหมุดหมายสำคัญบนเวทีโลก ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination ในรูปแบบล้ำสมัยที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิต ความบันเทิง และการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบในพื้นที่เดียวกัน โครงการประกอบด้วยไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:

  • 12 World-Class Attractions: จุดดึงดูดระดับโลกสุดอลังการแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาค
  • พื้นที่ความบันเทิงและสันทนาการ: จัดสรรพื้นที่มากถึง 1 ใน 3 ของโครงการให้เป็นองค์ประกอบด้าน Entertainment และ Attraction เพื่อรองรับผู้มาเยือนตลอด 365 วัน
  • พื้นที่สีเขียวกลางแจ้ง: ออกแบบให้ผสานรวมกับธรรมชาติ โดยจัดสรรพื้นที่สีเขียวและสวนกลางแจ้งกว่า 40% ของพื้นที่โครงการ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และส่งเสริมสุขภาวะของชุมชน
  • งานสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซ: ได้รับแรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของอ่าวพังงา ท้องทะเล ภูเขา และหน้าผาหินอันงดงามของภาคใต้ ผสมผสานกับมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างประณีต

โครงการไอคอนภูเก็ตมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในปี 2572 โดยตั้งเป้าหมายรองรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 8 หมื่น - 1 แสนคนต่อวัน

“ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) มูลค่าการลงทุน 1 หมื่นล้านบาท แลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่

หัวใจสำคัญของเมกะโปรเจกต์ "Synthesis Ark Phuket"

ไอคอนภูเก็ตจะรับบทบาทเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ "Synthesis Ark Phuket" ซึ่งเป็นโครงการ Integrated Mixed-use Development มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ณ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทซีวี

ทำเลที่ตั้งดังกล่าวนับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตและท่าเรือยอร์ชระดับโลก โดยโครงการ Synthesis Ark Phuket ได้รับการวางผังให้เป็น Smart City แห่งแรกของจังหวัดภูเก็ต ครอบคลุมองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์, อาคารสำนักงานอัจฉริยะ, โรงแรมระดับโลก, โรงเรียนนานาชาติ และศูนย์สุขภาพและความงามมาตรฐานสากล

ระบบนิเวศแห่งการอยู่อาศัย การทำงาน และการพักผ่อนนี้ ได้รับการออกแบบให้พัฒนาเฟสที่ 1 เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2575 เพื่อยกระดับภูเก็ตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ Co-Creation ผนึกพลัง 14 จังหวัดภาคใต้

การพัฒนาโครงการไอคอนภูเก็ตดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Co-Creation & Collaboration to Win ผ่านการผนึกกำลังร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมธุรกิจ หอการค้าไทย และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) จากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อระดมความคิดและจัดทำ "แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งภาคใต้ไทย"

โครงการวางเป้าหมายเป็น "Gateway to the Southern Potential" หรือประตูสู่ศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของภาคใต้ โดยการถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยบนแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อเนื่องยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เกิดการกระจายรายได้และสร้างระบบเศรษฐกิจแบบกลุ่มจังหวัด (Cluster Economy) ที่เข้มแข็ง

โครงการ “ไอคอนภูเก็ต” มีมูลค่าการลงทุน 1 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดบริการปี 2572

มิติความยั่งยืน และการสร้างเศรษฐกิจและสังคม

ในด้านมาตรฐานการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม โครงการไอคอนภูเก็ตนำนวัตกรรมและความยั่งยืนระดับสากลมาปรับใช้ในทุกมิติ โดยร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาชั้นนำ อาทิ Urban Architects, P Landscape, K.C.S. & Associates, TEAM Group, Atelier Ten และ Systra MVA (Thailand)

การบริหารจัดการโครงการยึดหลักความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ผ่านกระบวนการต่างๆ ได้แก่:

  • การใช้นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรีไซเคิล (Recycle construction material)
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อบริหารจัดการพลังงานสะอาด ระบบน้ำ และการกำจัดขยะอย่างครบวงจร
  • การวางผังจราจรและระบบคมนาคมอัจฉริยะเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ ในมิติทางเศรษฐกิจ โครงการจะสร้างการจ้างงานและกระจายรายได้ตั้งแต่ระยะก่อสร้างจนถึงการเปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบ รวมกันกว่า 5 – 8 หมื่นอัตรา พร้อมเปิดพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก 14 จังหวัดภาคใต้ กว่า 5 หมื่นราย ให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการเติบโตและขยายธุรกิจสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน