thansettakij
thansettakij
ส.อ.ท. MOU สยามพิวรรธน์ เชื่อมภาคอุตสาหกรรม ค้าปลีก ปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก

ส.อ.ท. MOU สยามพิวรรธน์ เชื่อมภาคอุตสาหกรรม ค้าปลีก ปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก

26 ส.ค. 69 | 07:38 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 07:40 น.

ส.อ.ท. - กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งยกระดับผู้ประกอบการไทยทั้งการพัฒนาสินค้า สร้างแบรนด์ ขยายช่องทางจำหน่าย และเพิ่มโอกาสเติบโตในตลาดสากลอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) ลงนามความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ เพื่อเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมการผลิตกับภาคธุรกิจค้าปลีก โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก
  • ความร่วมมือนี้มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการไทย โดยยกระดับจากการเป็นผู้ผลิต (Manufacturer) สู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และเข้าใจกลไกตลาดมากขึ้น
  • ส.อ.ท. จะทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและให้องค์ความรู้ ขณะที่สยามพิวรรธน์จะสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านพื้นที่ศูนย์การค้าและแพลตฟอร์มในเครือ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ นับเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการประสานจุดแข็งระหว่าง "ภาคการผลิตอุตสาหกรรม" กับ "ภาคธุรกิจค้าปลีกและแลนด์มาร์กระดับโลก" เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการไทย ซึ่งมักจะติดดักจับอยู่เพียงการเป็นผู้ผลิตสินค้า (Manufacturer) แต่ยังขาดโอกาส การสร้างแบรนด์ การเข้าใจกลไกตลาด และการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพ

บูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการขับเคลื่อนภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5I โดยเน้นย้ำไปที่สองยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ I2 : INNOVATION & CREATIVE INDUSTRY ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา

ส.อ.ท. MOU สยามพิวรรธน์ ยกระดับผู้ประกอบการไทย

เพื่อปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับจ้างผลิตไปสู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยองค์ความรู้ของตนเอง และยุทธศาสตร์ I3 : INTERNATIONAL ALLIANCE & NETWORK ที่มุ่งขยายเครือข่ายพันธมิตร เพิ่มโอกาสการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การประสานสองยุทธศาสตร์นี้ร่วมกับสยามพิวรรธน์จึงช่วยให้ผู้ประกอบการไม่หยุดอยู่แค่การผลิต แต่สามารถพัฒนาสินค้า เข้าใจความต้องการของตลาด และต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจ

ด้านนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การค้าของประเทศ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยบนเวทีโลก

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันบนเวทีสากล

ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและบริหารจัดการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ ได้นำประสบการณ์ ความรู้ และพื้นที่ทางธุรกิจมาสนับสนุนโครงการ ความสำเร็จของการดำเนินโครงการระดับนานาชาติทำให้เห็นว่า การเติบโตที่ยั่งยืนเกิดจากการเชื่อมโยงผู้คนและพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้สร้างสรรค์ (Creators) ได้เข้าถึงองค์ความรู้ ตลาด และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีสากล

ผนึกความร่วมมือ ต่อยอดองค์ความรู้

สาระสำคัญของข้อตกลงได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของทั้งสององค์กรไว้อย่างชัดเจน โดย ส.อ.ท. จะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ความเข้าใจในแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) นวัตกรรม และความยั่งยืน (Sustainability)

ส.อ.ท. - กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ประสานจุดแข็งระหว่าง "ภาคการผลิตอุตสาหกรรม" กับ "ภาคธุรกิจค้าปลีกและแลนด์มาร์กระดับโลก" เข้าด้วยกัน

ขณะที่สยามพิวรรธน์ จะทำหน้าที่เป็นช่องทางและแพลตฟอร์มในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ โดยการนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ และผลงานของผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการ มาจัดแสดงและจำหน่ายผ่านพื้นที่ศูนย์การค้า แพลตฟอร์มค้าปลีก และร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ในเครือสยามพิวรรธน์ รวมถึงการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิก ส.อ.ท. ผ่านระบบ ONESIAM SuperApp

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านพื้นที่จัดจำหน่าย ทั้งสองฝ่ายยังร่วมมือกันในเชิงลึกผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การคัดเลือก การพัฒนา และปรับปรุงศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง ส.อ.ท. และสยามพิวรรธน์ จะเข้าร่วมเป็นกรรมการและที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ THAI CO-LAB (Creative Economy Partnership for Global Trade) และโครงการอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นร่วมกันในอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าการยกระดับศักยภาพเกิดขึ้นได้จริงในเชิงปฏิบัติ

การวางรากฐานระบบนิเวศทางธุรกิจในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางการตลาดในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคค้าปลีกในระยะยาว การบูรณาการองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายพันธมิตรของทั้งสององค์กร จะช่วยสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทย ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกอย่างยั่งยืน