
กรมชลฯจับตาฝนปี 69 บริหารน้ำเจ้าพระยาสมดุล เตรียมเครื่องจักรรับมือพื้นที่เสี่ยงท่วม
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาใกล้ชิด ย้ำยังบริหารจัดการได้สมดุล ไม่กระทบท้ายน้ำ พร้อมระดมเครื่องจักร-เครื่องมือ เตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยตลอดฤดูฝนปี 2569
KEY
POINTS
- กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณน้ำรวมกันร้อยละ 54 ของความจุ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก และมีการบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างสมดุล
- พบว่าปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2569 ยังคงต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 27 ซึ่งกรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- มีการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและเครื่องมือ เพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในช่วงฤดูฝนตามมาตรการรับมืออย่างเคร่งครัด
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำปัจจุบัน(19 พ.ค.69) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,621 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) (57% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 33,133 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 13,483 ล้าน ลบ.ม. (54% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,388 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ บริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 563 ลบ.ม./วินาที สมทบกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาแล้ว มีปริมาณน้ำสำหรับบริหารจัดการเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 577 ลบ.ม./วินาที แบ่งรับน้ำเข้าระบบชลประทานไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้
- ฝั่งตะวันออก 189 ลบ.ม./วินาที คิดเป็นร้อยละ 69
- ฝั่งตะวันตก 258 คิดเป็นร้อยละ 55
คงเหลือน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 130 ลบ.ม./วินาที และจะคงอัตราดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่า ปริมาณฝนสะสมของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 พฤษภาคม 2569 มีปริมาณฝนรวม 212.4 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ 78.8 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 27 โดยหลายภูมิภาคยังมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 49 และภาคกลาง ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 41 เพื่อเป็นการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร
กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับสภาพอากาศและปริมาณฝนที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดฤดูกาล เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในทุกพื้นที่ต่อไป ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในช่วงฤดูฝน รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี69 อย่างเคร่งครัด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์







