thansettakij
thansettakij
กรมชลฯ เตรียมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รองรับปริมาณน้ำเพิ่ม 

กรมชลฯ เตรียมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รองรับปริมาณน้ำเพิ่ม 

03 พ.ค. 69 | 12:15 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ค. 69 | 12:16 น.

กรมชลประทาน เปิดตัวเลขน้ำในอ่างฯ เหลือ 59% พร้อมรับน้ำใหม่เต็มที่พร้อมส่งสัญญาณเตือนเกษตรกรทำนาปี รอสัญญาณชัดจากกรมอุตุฯและฝนตกชุกเพียงพอ ป้องกันความเสียหายจากภาวะฝนทิ้งช่วงหลังเริ่มเพาะปลูก

KEY

POINTS

  • ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมร้อยละ 59 ของความจุ ทำให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับน้ำในฤดูฝน
  • การบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งที่ผ่านมาเป็นไปตามแผน ทำให้มีปริมาณน้ำสำรองเพียงพอสำหรับต้นฤดูฝน
  • กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ตาม 9 มาตรการของ กนช. เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงผลการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2568/69 (1 พ.ย. 68 – 30 เม.ย. 69) พบว่า การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนดสามารถสนับสนุนการใช้น้ำได้อย่างเพียงพอทั้งอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 69 พบว่า ในช่วงฤดูแล้งปี 2568/69 ที่ผ่านมามีการใช้น้ำรวมกว่า 31,600 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 94 ของแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง

สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทำให้ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพ.ค.นี้ มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มมากขึ้น ด้านการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศ พบว่ามีการเพาะปลูกกว่า 10 ล้านไร่ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีผลผลิตทยอยเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้แนะนำให้เกษตรกรที่จะเริ่มทำนาปี ให้รอกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ และมีปริมาณฝนตกชุกเพียงพอก่อน เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของผลผลิตที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากภาวะฝนทิ้งช่วง

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 45,357 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงภายใต้มาตรการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ได้เห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ทั้ง 9 มาตรการ

ครอบคลุมทั้งการคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยพื้นที่เสี่ยง การทบทวนเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมเครื่องจักรและบุคลากร การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ตลอดจนการติดตามประเมินผลและปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด